วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2557

เก็บโปรยปรายแซะตัวศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษฟอร์มดีหลังหงส์แดงแผลงฤทธิ์แผลงเดช บุกซ้ำๆทีมไก่เละคารัง3-0



ฝ่ายหงส์ชะโอนแผลงฤทธิ์ หลังบุกโจมตีไก่เละคารัง3-0



  • ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
  • วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2557
  • ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-3 ลิเวอร์พูล
  • สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน
  • ผู้ตัดสิน : ฟิล ดาวด์
  • http://footballclubpza.blogspot.com/
ซึ่งวิเคราะห์ผลบอลในการสู้รบฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 เสมอวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2557 โดยคู่เอกเป็นเกมที่สนามไวท์ ฮาร์ท เลน ระหว่างทีม ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ จะเปิดบ้านรับการมาเยี่ยมเยียนของทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล

หลังจากเริ่มเกมครึ่งแรก

ในนาทีที่  ทัพทีม หงส์แดง ได้เปิดเกมรุกทันทีและมีโอกาสลุ้นก่อน แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เปิดบอลจากด้านซ้ายมาหน้าประตูและเป็น มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ขึ้นกระแทกเหน่งๆ แต่ถูก อูโก้ โยริส ป้องปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด




นาทีที่ 8 แฟนทีม หงส์แดง ก็ได้เฮกันลั่น ตราบใดมาได้ที่นี่ขึ้นนำ 1-0 เมื่อ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ พาลูกบอลขึ้นทางกราบขวา ก่อนไหลบอลเข้าแคว้นโทษให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ตวัดไปเสาสองให้ ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งมาแปเบียดเสาเข้าไปไม่เหลือ

นาทีที่ 9  เจ้าถิ่น สเปอร์ส เกือบได้ประตูตีเสมอ ตราบ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ หลุดเดียวเข้าเขตโทษ เก่ากระดกบอลข้ามตัว ซิมง มินโญเลต์ ไปแล้ว แต่บอลแรงไปเลยไปตกหลังคาเพดานอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 27 คริสเตียน เอริคเซ่น ได้บอลทางฝั่งซ้าย ก่อนลากตัดเข้ากึ่งกลางไหลบอลให้ แดนนี่ โรส ซัดด้วยขวา แต่บอลหลุดกรอบออกไป

นาทีที่ 30 บาโลเตลลี่ ตอกลูกส้นจ่ายให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ก่อนบรรจงปั่นด้วยซ้ายบอลโค้งเข้ากรอบ แต่ยังไม่ผ่านมือ อูโก้ โยริส

นาทีที่ 31 ทีม ลิเวอร์พูล ชวดได้ประตูที่ 2 อย่างน่าเสียดาย เมื่อ อูโก้ โยริส ออกมาเคลียร์บอลไม่ดี ลูกฟุตบอลมาเข้าทาง บาโลเตลลี่ ยิงสวนกลับทันที เกี่ยวจาก โยริส อยู่ห่างจากผู้พิทักษ์ประตูเพียบ แต่ดันยิงหลุดกรอบออกไปแบบไม่มีลุ้น

ในช่วงเพรงทดเวลาบาดเจ็บ  เจ้าถิ่น สเปอร์ส น่าจะได้ประตูตีเสมออีกครั้ง เมื่อแนวรับ ลิเวอร์พูล เล่นบอลพลาด ฟุตบอลหลุดไปถึง นาเซอร์ ชัดลี่ ได้ซัดคนเดียวโล่ง ๆ ในกรอบเขตโทษ แต่ ซิมง มินโญเลต์ โชว์ซุปเปอร์เซฟปัดทิ้งออกไปได้ราวกับหวุดหวิด

ซึ่งในเวลาที่เหลือไม่มีอะไรเพิ่มเติม ทำให้จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล บุกมานำ สเปอร์สอยู่ผลบอล  1-0


เข้าสู่ช่วงครึ่งหลัง




ในนาทีที่ 48  เจ้าถิ่นทีม สเปอร์ส ก็มาพลาดจุดโทษ จากการที่ เอริค ไดเออร์ ไปดึง โจ อัลเลน ล้มในกรอบเขตโทษและเป็น สตีเว่น เจอร์ราร์ด รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ทำให้ ลิเวอร์พูล หนีห่างเป็น 2-0




นาทีที่ 60 ทัพทีม หงส์แดง ได้สะใจอีก เมื่อมาได้ประตูขยับห่างเป็น 3-0 จาก อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ที่ฉกบอลจาก แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ไปได้ ก่อนลากโซโล่เดี่ยวกว่าครึ่งสนามเข้าไปดีดด้วยซ้ำขวาเสียบมุมเสาสองเข้าไป

นาทีที่ 65 แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ มีช่องสับไกนอกกรอบ แต่ยิงไปติดเชฟของ อูโก้ โยริส

นาทีที่ 70 ลิเวอร์พูล พลาดได้ลูกที่4 จากความสามารถเฉพาะตัวของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ล็อกหลบผู้เล่น สเปอร์ส 2-3 คน ก่อนหลุดเข้าไปล่อเป้า แต่ยิงได้ไม่ดี อูโก้ โยริส เชฟได้สบาย

นาทีที่ 83 ลิเวอร์พูล เล่นแบบครองเกมได้ทั้งหมด และมีโอกาสลุ้นจาก สเตอร์ริดจ์ ปั่นโค้งด้วยขวา แต่บอลหลุดกรอบไป

เข้าสู่ช่วงด้านหลังเกมทั้งสองทีมไม่สามารถทำอะไรเพิ่มเติมกันได้ จบเกม 90 นาทีทีม ลิเวอร์พูล บุกมาเอาชนะ ทีมสเปอร์ส ถึงถิ่น ไปด้วยสกอร์ 3-0


อันดับรายชื่อผู้เล่น 11 คนแรกของทั้งสองทีม


รายชื่อทีมของสเปอร์ส 4-4-2 : 

  1. อูโก้ โยริส 
  2. เอริค ไดเออร์
  3. ยูเนส กาบูล
  4. ยาน แฟร์ทองเก้น
  5. แดนนี่ โรส 
  6. เอเตียน กาปู
  7. นาบิล เบนทาเลบ
  8. เอริค ลาเมล่า
  9. คริสเตียน เอริคเซ่น 
  10. นาเซอร์ ชัดลี่
  11. เอ็มมานูเอล อเดบายอร์


รายชื่อทีมของลิเวอร์พูล 4-4-2 : 
  1. ซิมง มินโญเลต์ 
  2. ฆาบี มานกีโย่
  3. มามาดู ซาโก้
  4. เดยัน ลอฟเรน
  5. อัลเบร์โต้ โมเรโน่ 
  6. จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
  7. สตีเว่น เจอร์ราร์ด
  8. โจ อัลเลน
  9. ราฮีม สเตอร์ลิง 
  10. มาริโอ บาโลเตลลี่
  11. แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

ซึ่งการเข้าเล่มภาพฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-3 ลิเวอร์พูล










เมื่อเจิดซูฮก สเตอร์ลิ่งและบาโล ที่โชว์ฟอร์มหรู

พา ทีมหงส์ ขยี้ ทีมไก่ 3-0 



เมื่อ เจอร์ราร์ด ชู สเตอร์ลิ่ง สร้างความผิดแผกหลังพา ทีมหงส์แดง บุกทุบทีม ไก่ คาบ้าน 3-0 พร้อมชม เกรียนโอ้ เปิดตัวเยี่ยมหลังได้รับโอกาสลงตัวจริงตั้งแต่นัดแรก

ซึ่งหลังจากที่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีม ลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำแห่งศึกพรีเมียร์ลีก ออกโรงยกย่อง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ มาริโอ บาโลเตลลี่ 2 แนวรุกของทีมที่ช่วยกันทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมพาทัพทีม หงส์แดง บุกเอาชนะทีม ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 3-0 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยชื่นชมปีกจรวดทีมชาติอังกฤษ ว่าเป็นผู้เล่นที่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ เกรียนโอ้ ก็เปิดตัวได้อย่างน่าพึงพอใจกับพลพรรค ทีมเร้ด แมชชีน หลังได้รับโอกาสลงสนามเป็น 11 ตัวจริง

โดยที่อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ กล่าวถึงปีกตัวจิ๊ดที่เบิกสกอร์แรกให้กับทีมในเกมล่าสุดว่า สเตอร์ลิ่้ง คือผู้เล่นที่พิเศษในเกมนี้้ แต่ผมก็รู้สึกตลกตอนที่เขาแทบจะจะยิงประตูที่ 4 เขาเฉลิมฉลองบอลเหมือนกัน ริคกี้ วิลล่า อดีตนักเตะอาร์เจนติน่าของทีม สเปอร์ส 

แทบแต่จังหวะจบสกอร์ประดุจกับ ริคกี้ เกอร์เวียซ ดาราตลกชาวอังกฤษ ทุกคนจับจ้องไปที่เขา และเราก็ต้องยกเครดิตให้เขาที่เล่นได้ยอดเยี่ยม เขาสามารถสร้างความเบี่ยงเบนให้กับทีมได้ อยู่ที่ว่าเราจะใช้โอกาสนั้นได้หรือไม่

และนอกจากนี้ทาง สตีวี่ จี ยังไม่ลืมที่จะกล่าวถึงการลงประเดิมสนามเป็นตัวจริงสิ้นสุดแรกของหัวหอกทีมชาติอิตาลี ว่า ผมคิดว่าไศลคือผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม การนำเขามาร่วมทีมถือเป็นแนวทางของเรา เขามีการเตรียมพร้อมที่้ดี และสามารถสร้างปัญหาให้กับคู่ต่อสู้ได้ เราได้เห็นถึงแรงจูงใจของเขาในวันนี้ เรารับมือกับแรงกดดันได้เยี่ยม เขาเต็มไปด้วยคุณภาพ และยังเป็นผู้เล่นที่เข้มแข็งเอามากๆ


ทีมสิงห์บลูส์ คอนเฟิร์มว่าจะสอย เรมี่ มาเสริมคม4ปี 



เมื่อทีมสิงห์บลูส์ ได้แถลง เปิดโปง เรมี่ จากทีม คิวพีอาร์ สนับสนุนคม 440 ล้านบาท พร้อมสัญญา 4 ปีข้างนักเตะโคตรแฮปปี้ ได้อยู่บ้านหลังใหม่ที่ยอดเยี่ยมอย่าง เดอะ บริดจ์

ซึ่งเมื่อทางทีมเชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศเซ็นสัญญาคว้าตัว โลอิก เรมี่ ดาวยิงทีมชาติ ฝรั่งเศส จาก ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส คู่ประกวดประขันร่วมลีกมาร่วมทีมมีชีวิตที่เรียบร้อยแล้วด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์หรือ 440 ล้านบาท พร้อมสัญญา 4 ปีกับการค้าแข้งในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์

โดยที่ศูนย์หน้าเลือดเฟร้นช์แมน ให้สัมภาษณ์หลังได้เปลี่ยนไปเป็นผู้เล่นคนใหม่ของ ทีมสิงโตน้ำเงินคราม ว่า ผมมีความสุขและภูมิใจสุดๆ เลย ช่วงได้ยินว่าทีม เชลซี นั้นกระหายได้ตัวผมไปร่วมทีม ซึ่งนั่นเป็นเพราะพวกเขาเป็นหนึ่งในที่พักผ่อนที่ดีที่สุดในโลก ผมยังจำบรรยากาศอันยอดเยี่ยมที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้เป็นอย่างดี เมื่อตอนที่ผมนั้นยังเป็นนักเตะของ มาร์กเซย และตอนนี้ผมแทบอดใจรอไม่ไหวแล้วที่จะได้ลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลกลุ่มใหม่ของผมเป็นครั้งแรก

และทาง หัวหอกวัย 27 ปีย้ายจาก โอลิมปิก มาร์กเซย มาอยู่กับทีม คิวพีอาร์ เมื่อช่วงต้นปี 2013 ก่อนจะย้ายมาอยู่กับฝ่าย นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ด้วยคำมั่นยืมตัวเมื่อซีซั่นที่แล้ว โดยลงเล่นไป 27 เกม ยิงได้ 14 ประตู ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เจนตกเป็นข่าวพัวพันกับทีม อาร์เซน่อล คู่แข่งร่วมกรุงลอนดอน พร้อมทั้งก่อนหน้าก็เฉียดฉิวที่จะไปอยู่ทีม ลิเวอร์พูล แล้วด้วย แต่สุดท้ายทุกอย่างต้องล่มหมดเพราะเจ้าตัวตรวจร่างกายไม่ผ่านนั่นเอง



เมื่อบี ร็อด ชมเปาะ น้องโอ้ เข้ากับ หงส์ เป๊ะ




หนทางด้าน บี-ร็อด ได้ยกนิ้ว บาโล ว่าเข้าใจปรัชญาการทำฝ่ายของ ทีมหงส์แดง เป๊ะแม้เพิ่งย้ายแต่ก็ลงเป็นตัวจริงได้เลย แถมยังทำผลงานเข้าตาแม้ยิงไม่ได้แต่ก็ไม่เป็นไร

โดยสำหรับ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่เป็นผู้สั่งการทีมลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาล่วงกับการใช้งาน มาริโอ บาโลเตลลี่ ดาวยิงรายใหม่ซึ่งได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมบุกเอาชนะ เหล่าท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 3-0 เมื่อ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา เนื่องจากนักเตะเป็นสุดยอดแข้งอยู่แล้ว และความเข้าใจต่อปรัชญาการทำทีมยิ่งส่งให้ทุกอย่างลงตัว

โดยที่ทางกุนซือทัพ ทีมหงส์แดง ได้กล่าวผ่าน ทางบีบีซี สำนักข่าวชั้นนำแดนผู้ดีว่า ผมคิดว่าบาโลเตลลี่ ยอดเยี่ยมมาก เขาเข้ากับแนวทางการทำทีมของเราเป๊ะ เขาฝึกซ้อมได้ดี ส่วนเรื่องที่คนอื่นเคยพูดถึงเขา มันเป็นการให้ความเห็นแบบด้านเดียว และอย่างที่คุณเห็นในวันนี้ การทำงานของเขา พลังของเขา และคุณภาพ เขาเป็นคนตัวใหญ่ที่จับบอลได้ดี

ซึ่งทางนายใหญ่ประจำทีมดังย่าน เมอร์ซี่ย์ไซด์ ยังพูดติดตลกถึง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แข้งวัยรุ่นที่ออดอ้อนจะยิงประตูที่ 4 แต่ไม่สำเร็จด้วยการเปรียบเทียบว่า เราต้องยกให้สเตอร์ลิ่ง เลยในวันนี้ ผมขำมากตอนที่เขาจวนจะยิงประตูที่ 4 เขาเลี้ยงบอลผ่านแนวรับ สเปอร์ส อย่างกับ ริคกี้ วิลล่า ตำนานแข้งอาร์เจนไตน์ แต่จบสกอร์เหมือน ริคกี้ เจอร์เวส ดาราตลก

และทั้งนี้ทีม ลิเวอร์พูล เป็นทีมแรกที่ทำให้ ทีมไก่เดือยทอง ของ เมาริซิโอ เปอร์เช็ตติโน่ พบความพ่ายแพ้ในฤดูกาลนี้ หลังจาก 4 เกมที่ผ่านมารวมทุกรายการชนะรวด



เมื่อ บาโล ร้องขออาสาซัดลูกโทษแทน เจิด




ต้องตามรุ่นนะน้อง หลังร็อดเจอร์ส เผย บาโลเตลลี่ ขออาสาสมัครรับหน้าที่ยิงจุดโทษให้กับ ทีมหงส์แดง แต่ตนได้แจ้งแล้วว่าผู้สังหารยังเป็น เจอร์ราร์ด และ ซูเปอร์มาริโอ ก็เข้าใจเป็นอย่างดี

โดยหลังจากที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งเวที โปรแกรมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เปิดเผยว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ หัวหอกตัวใหม่ มาขออาสารับหน้าที่ยิงจุดโทษให้กับทีม แทนที่ของ สตีเว่น เจอราร์ด กัปตันทัพ ทีมหงส์แดง แต่กระนั้นตนเองก็ได้แจ้งกับ ซูเปอร์มาริโอ้ ไปแล้วว่าหน้าที่ดังกล่าวยังเป็น สตีวี่จี ที่จะได้รับมอบหมายสังหารอยู่เช่นเดิม

สำหรับ บีร็อด ยังได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ถ้าคุณได้เห็น บาโลเตลลี่ ฝึกซ้อม เขาจะใช้เวลา 45 นาที เพื่อฝึกซ้อมเพิ่มเติ่มในเรื่องการยิงฟรีคิกและการยิงจุดโทษ และแน่นอนเขามาถามผมว่าใครเป็นผู้รับหน้าที่ยิงจุดความผิด เขาทำหน้าที่นี้ได้เฉียบขาดมาก แต่ เจอร์ราร์ด คือคนสังหารจุดโทษของทีมเรา ซึ่ง บาโลเตลลี่ ก็ได้ทราบแล้ว และเขาก็เข้าใจสถานการณ์ดี

และทั้งนี้ ทางบาโลเตลลี่ วัย 24 ปี เคยขึ้นชื่อเป็นนักเตะที่ไม่เคยพลาดจุดโทษ หลังสังหารไป 26 ครั้ง เป็นประตู ทั้งหมด ก่อนจะมาเสียสถิติสมัยเล่นอยู่กับ เอซี มิลาน เมื่อซีซั่นที่ตัดผ่านมา ขณะที่ เจอร์ราร์ด ก็เป็นผู้รับหน้าที่ยิงจุดโทษให้กับ ทีมหงส์แดง มาตลอด โดยฤดูกาลก่อนสังหารเข้าไปทั้งหมด 11 ครั้งด้วยกัน



วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557

ควรขอฟันธงผ่านพ้นว่าทีมผีจะเลิกล้มเล่น 3-5-2 และจัดหนักในสูตร 4-3-3 รับรองตัวฟัลเกา



ผลการสรุปตลาดนักเตะวันสุดท้ายของศึกพรีเมียร์ลีก




หลังจากที่ได้สิ้นสุดไปแล้วเพราะว่าตลาดซื้อ-ขายนักเตะ เรียกได้ว่ามี เซอร์ไพร์ส กันหลายราย  ซึ่งจะขอรวมความในส่วนของเวทีพรีเมียร์ลีก ลีกอันดับ 1 ของหลายๆท่านมาไว้ตรงนี้ ดราฟท์ได้เลยครับว่า วันสุดท้ายก่อนตลาดจะวาย มีใครเปลี่ยนสีเสื้อกันบ้าง

  • ราดาเมล ฟัลเกา - ย้ายจากทีม โมนาโก จากไป ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ในการยืมตัว 1 ฤดูกาล
  • แดนนี่ เวลเบ็ค - ย้ายจากทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ไปทีม อาร์เซน่อล ในราคา 16 ล้านปอนด์
  • ดาลี่ย์ บลินด์ - ย้ายจากทีม อาแจ๊กซ์ ฮอลแลนด์ ไปทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ในราคา 14 ล้านปอนด์
  • ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ - ย้ายจากทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ไปทีม เรอัล มาดริด สเปน ในการยืมตัว 1 ฤดูกาล
  • ไมเคิ่ล คีน - ย้ายจากทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ไปทีม เบิร์นลี่ย์ ในการยืมตัวถึงเดือนมกราคม
  • นิค พาวล์ - ย้ายจากทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ไปทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ในการยืมตัว 1 ฤดูกาล
  • ทอม ลอว์เรนซ์ เปลี่ยนที่จากทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ไปทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ในราคา 1 ล้านปอนด์
  • ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา - ย้ายจากทีม นิวคาสเซิ่ล ไปทีม ฮัลล์ ซิตี้ ในการยืมตัว 1 ฤดูกาล
  • ซาดิโอ มาเน่ - ย้ายจากทีม ซัลซ์บวร์ก ออสเตรีย ไปทีม เซาธ์แฮมป์ตัน ไม่เปิดเผยค่าตัว
  • เควิน ดอยล์ - ย้ายจากทีม วูล์ฟแฮมป์ตัน ไปทีม คริสตัล พาเลซ ในการยืมตัว
  • คริสซ์เตียน อดอร์ยาน - ย้ายจากทีม ลิเวอร์พูล ไปทีม โนวาร่า อิตาลี ไม่เปิดเผยค่าตัว
  • โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ - ย้ายจากทีม แอต.มาดริด สเปน คลาไคลทีม เซาธ์แฮมป์ตัน ในการยืมตัว
  • มอร์กก็อง อมัลฟิตาโน่ - ย้ายจากทีม มาร์กเซย ฝรั่งเศส ไปทีม เวสต์แฮม ไม่เปิดเผยค่าตัว
  • นิโก้ ครันจ์ชาร์ - อพยพจากทีม ดินาโม เคียฟ ยูเครน ไปทีม ควีนส์ปาร์ค ในการยืมตัว 1 ฤดูกาล
  • อัลบาโร เนเกรโด้ - ย้ายจากทีม แมนฯ ซิตี้ ไปทีม บาเลนเซีย สเปน ยืมตัว 1 ฤดูกาล
  • อุสซาม่า อัสไซดี้ - ย้ายจากทีม ลิเวอร์พูล ไปทีม สโต๊ค ซิตี้ ยืมตัว 1 ฤดูกาล
  • กัสตอน รามิเรซ - ย้ายจากทีม เซาธ์แฮมป์ตัน ไปทีม ฮัลล์ ซิตี้ ยืมตัว 1 ฤดูกาล
  • มาปู ยองกา-เอ็มบิวา - ย้ายจากทีม นิวคาสเซิ่ล ไปทีม โรม่า อิตาลี ยืมตัว 1 ฤดูกาล
  • ซานโดร - ย้ายจากทีม สเปอร์ส ไปทีม ควีนส์ปาร์ค ไม่เปิดเผยค่าตัว
  • ไมก้าห์ ริชาร์ดส์ - ย้ายจากทีม แมนฯ ซิตี้ ไปกลุ่ม ฟิออเรนตินา อิตาลี ยืมตัว 1 ฤดูกาล
  • เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ - ย้ายจากทีม วีแกน ไปทีม คริสตัล พาเลซ ในราคา 7ล้านปอนด์
  • เรียว มิยาอิชิ - เปลี่ยนที่จากทีม อาร์เซน่อล ไปทีม ทเวนเต้ ฮอลแลนด์ ยืมตัว 1 ฤดูกาล
  • เซกี้ ไฟรเออร์ - ย้ายจากทีม สเปอร์ส ไปทีม คริสตัล พาเลซ ในราคา 3 ล้านปอนด์
  • คริส สกอตต์ - ย้ายจากทีม สวอนซี ไปทีม เลสเตอร์ ในราคา ฟรี
  • ริคกี้ อัลบาเรซ - ย้ายจากทีม อินเตอร์ มิลาน อิตาลี ไปทีม ซันเดอร์แลนด์ ยืมตัว 1 ฤดูกาล
  • โมฮาเหม็ด ดิยาเม่ - ย้ายจากทีม เวสต์แฮม ไปทีมฮัลล์ ซิตี้ ค่าตัว 3,5 ล้านปอนด์
  • เซบาสเตียน โคอาเตส - ย้ายจากทีม ลิเวอร์พูล ไปทีม ซันเดอร์แลนด์ ยืมตัว 1 ฤดูกาล
  • ลูอิส โฮลท์บี้ - ย้ายจากทีม สเปอร์ส ไปทีม ฮัมบูร์ก เยอรมัน ในราคา ยืมตัว 1 ฤดูกาล
  • อาเบล เฮร์นานเดซ - ย้ายจากทีม ปาแลร์โม่ อิตาลี ไปทีม ฮัลล์ ซิตี้ ในราคา10 ล้านปอนด์
  • ไบรอัน เลนิแฮม - ย้ายจากทีม คอร์ก ซิตี้ ไอร์แลนด์ ไปทีม ฮัลล์ ซิตี้ ไม่เปิดเผยค่าตัว
  • คาริม เอล อาห์มาดี้ - ย้ายจากทีม แอสตัน วิลล่า ไปทีม เฟเยร์นูร์ด ฮอลแลนด์ ไม่เปิดเผยค่าตัว
  • จอร์จ บอยด์ - ย้ายจากทีม ฮัลล์ ซิตี้ ไปทีม เบิร์นลี่ย์ ในราคา 3ล้านปอนด์
  • โมดู บาร์โรว์ - ย้ายจากทีม ออสเตอร์ซุนด์ส สวีเดน ไปทีม สวอนซี ไม่เปิดเผยค่าตัว
  • ซูเลย์มาน คูลิบาลี่ย์ - ย้ายจากทีม สเปอร์ส ไปทีม บารี่ อิตาลี ไม่เปิดเผยค่าตัว
  • มาร์โก ฟาน กิงเคล - ย้ายจากทีม เชลซี ไปทีม เอซี มิลาน ยืมตัว 1 ฤดูกาล
  • เบนจามิน สตัมโบลี่ - ย้ายจากทีม มงต์เปลลิเยร์ ฝรั่งเศส ไปทีม สเปอร์ส ไม่เปิดเผยค่าตัว
  • นาธาเนียล ชาโลบาห์ - ย้ายจากทีม เชลซี ไปทีม เบิร์นลี่ย์ ยืมตัว
  • วาเลนติน โรเบิร์ก - ย้ายจากทีม ซันเดอร์แลนด์ ไปทีม แรงส์ ยืมตัว 1 ฤดูกาล
  • โชเซ่ กายาส - ย้ายจากทีม สวอนซี ไปทีม เอสปันญ่อล ล้มเลิกสัญญา



ขอฟันธงว่าทีมผีเลิกเล่น 3-5-2 จัดหนักสูตร 4-3-3 รับฟัลเกา





เมื่อทาง เดลี่เมล์ ได้ฟันธงแบบไม่พรั่นพรึงหน้าแตก การย้ายมาสู่ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ ราดาเมล ฟัลเกา ทำให้ทีมปรับมาใช้ระบบ 4-3-3 อย่างแน่นอน

โดยหลังจากที่ทีม ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บรรลุข้อตกลงคว้าตัว ราดาเมล ฟัลเกา มาร่วมชายคาด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี เมื่อเช้าตูรู่ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย

ซึ่งทาง เดลี่เมล์ ที่เป็น สื่อยักษ์ใหญ่เมืองผู้ดีรายนี้ ไม่รีรอที่จะกางระบบการเล่นแบบใหม่ ที่มั่นใจสุดๆว่า หลุยส์ ฟาน กัล นายใหญ่ของทีมจะเลือกใช้บริการ เมื่อมียอดกองหน้าระดับโลกอยู่ในทีมถึง 3 คน

พร้อมทั้งยังมั่นใจได้ว่า กุนซือวัย 62 ปี จะเลิกใช้ ระบบ 3-5-2 ที่ใช้มาตลอด 4 นัดที่ผ่านมา 
  1. เกมลีก3เกม
  2. เกมลีกคัพ 1 เกม 

แล้วกลับมายึดระบบการเล่นแบบ 4-3-3




ซึ่งในตำแหน่ง การวิเคราะห์บอลจะเป็นดังนี้
ผู้รักษาประตูเป็น ดาบิด เดเคอา 

ทางแถบ กองหลัง 4 คน ประกอบไปด้วย แบ็คขวาจะใช้ ราฟาเอล ดาซิลวาคู่ปราการหลัง 2 คนจะใช้ ฟิล โจนส์ ผนึกกำลังกับ มากอส โรโฮ กองหลังตัวใหม่ที่ย้ายมาจากสปอร์ตติ้ง ลิสบอน ส่วนแบ็คซ้ายจะเลือกใช้ตัวอย่าง ลุค ชอว์ ที่เล่นได้เด่นมากในตำแหน่งนี้เมื่อครั้งอยู่กับเซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อซีซั่นก่อน 

ส่วนของใช้ กองกลางตัวตัดเกม จะใช้ ดาลีย์ บลินด์ ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ที่เล่นได้ทั้งแบ็คซ้าย และมิดฟิลด์ตัวกลาง ส่วนในด้านกราบซ้ายและขวา จะให้ อันเดร์ เอร์เรร่า และ อังเคล ดิ มาเรีย ประสานงานร่วมกัน

โดยที่ในแนวรุกจะให้ เวนย์ รูนี่ย์ ยืนเป็นหน้าต่ำ แล้วให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ คอยล่าตาข่ายร่วมกับ ราดาเมล ฟัลเกากองหน้ารายใหม่

ในส่วนของ ฆวน มาต้า จะหลุดไปเป็นตัวสำรอง หลังจากหลายนัดที่ผ่านมาเขาจัดทำโอกาสในการจ่ายบอลให้เพื่อนลุ้นประตูน้อยมาก แม้ว่าเจ้าตัวจะทำได้ 1 ประตูในเกม เสมอกับ ซันเดอร์แลนด์ ก็ตามที

  • ส่วน คริส สอลลิ่ง เจ็บ 
  • ไมเคิ่ล คาร์ริค เจ็บ
  • ดาเรน เฟร็ดเชอร์
  • อันโตนิโอ วาเลนเซีย 
  • แอชลีย์ ยัง

นั้นจะอีกทั้งอยู่ในโครงการการทำทีมต่อไป แต่ต้องรอโอกาสอยู่ข้างสนามไปก่อน



รายชื่อ 20 อันดับการซื้อขายสูงสุด ในท้องตลาดนักเตะซัมเมอร์2014





ซึ่งในเมื่อช่วงเช้าตรู่ของเมืองไทย ตลาดซื้อขายนักเตะรอบแรกประจำปี 2014 ได้ปิดฉากไปแล้ว พร้อมกับการย้ายทีมที่ถือว่าเป็นสถิติใหม่มากมาย

โดยที่วันนี้เรารวบรวมเอา 20 อันดับการซื้อขาย ที่แพงที่สุดในตลาดรอบแรกนี้มาให้ได้ชมกัน

ลองมาดูกันซิว่าโปรแกรมฟุตบอลใครย้ายไปไหน และมีค่าตัวตึ๊ดตื๋อน้อยเพียงใด

ซึ่งสรุปการซื้อขายนักเตะสูงสุด 10 อันดับแรก ข้อมูลจากสกายสปอร์ต

  1. หลุยส์ ซัวเรซ ย้ายจากทีม ลิเวอร์พูล ไปทีม บาร์เซโลน่า ราคา 75 ล้านปอนด์
  2. ฮาเมส โรดริเกวซ ย้ายจากทีม โมนาโก ไปทีม เรอัล มาดริด ราคา 71 ล้านปอนด์
  3. อังเคล ดิ มาเรีย ย้ายจากทีม เรอัล มาดริด ไปทีม แมนฯยูไนเต็ด ค่าตัว 59.7 ล้านปอนด์
  4. ดาวิด ลุยซ์ ย้ายจากทีม เชลซี ไปทีม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ราคา 40 ล้านปอนด์
  5. อเล็กซิส ซานเชซ ย้ายจากทีม บาร์เซโลนา ไปทีม อาร์เซน่อล ราคา 35 ล้านปอนด์
  6. ดีเอโก้ คอสต้า ย้ายจากทีม แอตเลติโก มาดริด ไปทีม เชลซี ราคา 32 ล้านปอนด์
  7. เอเลียเควียม ม็องกาลา ม็องกาล่า ย้ายจากทีม ปอร์โต้ ไปทีม แมนฯซิตี้ ราคา 32 ล้านปอนด์
  8. เชส ฟาเบรกาส ย้ายจากทีม บาร์เซโลน่า ไปทีม เชลซี ราคา 30 ล้านปอนด์
  9. อังเดร เอร์ราร่า ย้ายจากทีม แอธ.บิลเบา ไปทีม แมนฯยูไนเต็ด ราคา 29 ล้านปอนด์
  10. โรเมลู ลูคาคู ย้ายจากทีม เชลซี ไปทีม เอฟเวอร์ตัน ราคา 28 ล้านปอนด์ 
  11. ลุค ชอว์ ย้ายจากทีม เซาธ์แฮมป์ตัน ไปทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ราคา 27 ล้านปอนด์
  12. อดัม ลัลลาน่า ย้ายจากทีม เซาธ์แฮมป์ตัน ไปทีม ลิเวอร์พูล ราคา 25 ล้านปอนด์
  13. โทนี่ โครส ย้ายจากทีม บาเยิร์น มิวนิค ไปทีม เรอัล มาดริด ราคา 25 ล้านปอนด์
  14. ลาซาร์ มาร์โกวิช ย้ายจากทีม เบนฟิก้า ไปทีม ลิเวอร์พูล ราคา 20 ล้านปอนด์
  15. ฟิลิปเป้ หลุยส์ ย้ายจากทีม แอตเลติโก้ มาดริด ไปทีม เชลซี ราคา 20 ล้านปอนด์
  16. เดยัน รอฟเรน ย้ายจากทีม เซาธ์แฮมป์ตัน ไปทีม ลิเวอร์พูล ราคา 20 ล้านปอนด์
  17. ฮวน มานูเอล อิตูร์เบ้ ย้ายจากทีม ปอร์โต้ ไปทีม โรม่า ราคา 17.4 ล้านปอนด์
  18. มาร์กอส โรโฮ ย้ายจากทีม สปอร์ตติ้ง ลิสบอน ไปทีม แมนฯยูไนเต็ด ราคา 16 ล้านปอนด์
  19. มาริโอ บาโลเตลลี่ ย้ายจากทีม เอซี มิลาน ไปทีม ลิเวอร์พูล ราคา 16 ล้านปอนด์
  20. อัลวาโร่ โมราต้า ย้ายจากทีม เรอัล มาดริด ไปทีม ยูเวนตุส ราคา 15.8 ล้านปอนด์


ลองมาทำซ้ำรอยปีต่อปีของศึกไฮไลท์พรีเมียร์ลีก 2003-2013 


ใครดังเปรี้ยง-ใครแป๊ก-และใครแพงที่สุด





หลังจากที่ได้ปิดตัวลงไปเป็นที่เสร็จแล้ว สำหรับท้องตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ ต่อจากนี้จนกว่าจะถึงปีใหม่ ทุกสโมสรก็ต้องใช้ขุมกำลังพลเท่าที่มีอยู่สู้ศึกกันไป

ดังนั้น การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง วันนี้ S Sport ขอนำเสนอการเลือกของ เดลี่เมล์ ที่เป็นสื่อชื่อดังเมืองผู้ดี ที่จะพาเราวกกลับไปดู 11 ปีพระขนองสุดของพรีเมียร์ลีกว่า ในปีนั้นๆ 
  • แข้งใดคุ้มค่าที่สุด
  • คนใดล้มเหลวที่สุด 
  • ใครมีราคาที่สุด 

ชวนติดตามครับ
ปี 2003



  • ตัวที่คุ้มค่าที่สุด : คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ราคา 12.24 ล้านปอนด์ ยักจากทีม สปอร์ติ้ง ลิสบอน มา ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด
  • ตัวที่ห่วยแตกที่สุด : เอริก เฌิมบ้า-เฌิมบ้า ราคา 3.5 ล้านปอนด์ ย้ายจากทีม น็องต์ มาทีม แมนฯ ยูไนเต็ด
  • ตัวที่แพงที่สุด : ดาเมี่ยน ดัฟฟ์ ราคา 17 ล้านปอนด์ ย้ายจากทีม แบล็คเบิร์น มาทีม เชลซี
ปี 2004



  • ตัวที่คุ้มค่าที่สุด : โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ราคา 2.75 ล้านปอนด์ ขนส่งจากทีม เฟเยนูร์ด มาทีม อาร์เซน่อล
  • ตัวที่ห่วยแตกที่สุด : เอมิล เฮสกี้ ราคา 3.5 ล้านปอนด์ ย้ายจากทีม ลิเวอร์พูล ลงมาทีม เบอร์มิงแฮม
  • ตัวที่แพงที่สุด : เวย์น รูนี่ย์ ราคา 27 ล้านปอนด์ ย้ายจากทีม เอฟเวอร์ตัน มาทีม แมนฯ ยูไนเต็ด


ปี 2005



  • ตัวที่คุ้มค่าที่สุด : เควิน ดอยล์ ราคา 78,000 ปอนด์ ขยับจากทีม คอร์ก ซิตี้ มาทีม เร้ดดิ้ง
  • ตัวที่ห่วยแตกที่สุด : อัลเบิร์ต ลูเก้ ราคา 9.5 ล้านปอนด์ ย้ายจากทีม ลา คอรุนญ่า มาทีม นิวคาสเซิ่ล
  • แพงที่สุด : มิชาเอล เอสเซียง ราคา 24.4 ล้านปอนด์ อพยพจากทีม ลียง มาทีม เชลซี


ปี 2006



  • ตัวที่คุ้มค่าที่สุด : ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ราคา 10.9 ล้านปอนด์ อพยพจากทีม เลเวอร์คูเซ่น มาทีม สเปอร์ส
  • ตัวที่ห่วยแตกที่สุด : อังเดร เชฟเชนโก้ ราคา 30 ล้านปอนด์ เปลี่ยนที่จากทีม เอซี มิลาน มาทีม เชลซี
  • ตัวที่แพงที่สุด : อังเดร เชฟเชนโก้ ราคา 30 ล้านปอนด์

ปี 2007


  • ตัวที่คุ้มค่าที่สุด : แกเร็ธ เบล ราคา 5 ล้านปอนด์ ย้ายจากทีม เซาธ์แฮมป์ตัน มาทีม สเปอร์ส
  • ตัวที่ห่วยแตกที่สุด : ดาร์เรน เบนท์ ราคา 16.5 ล้านปอนด์ ย้ายจากทีม ชาร์ลตัน มาทีม สเปอร์ส
  • ตัวที่แพงที่สุด : อันเดอร์สัน ราคา 25 ล้านปอนด์ เคลื่อนจากทีม ปอร์โต้ มาทีม แมนฯ ยูไนเต็ด


ปี 2008



  • ตัวที่คุ้มค่าที่สุด : อารอน แรมซี่ย์ ราคา 5 ล้านปอนด์ ยักจากทีม คาร์ดิฟฟ์ มาทีม อาร์เซน่อล
  • ตัวที่ห่วยแตกที่สุด : ร็อบบี้ คีน ราคา 19 ล้านปอนด์ ย้ายจากทีม สเปอร์ส มาทีม ลิเวอร์พูล
  • ตัวที่แพงที่สุด : โรบินโญ่ ราคา 32.5 ล้านปอนด์ ย้ายพลัดพรากทีม เรอัล มาดริด มาทีม แมนฯ ซิตี้


ปี 2009



  • ตัวที่คุ้มค่าที่สุด : ริคกี้ แลมเบิร์ต ราคา 1 ล้านปอนด์ ย้ายดำเนินทีม บริสตอล โรเวอร์ส มาทีม เซาธ์แฮมป์ตัน
  • ตัวที่ห่วยแตกที่สุด : โรเก้ ซานต้า ครู๊ซ ราคา 17.5 ล้านปอนด์ ย้ายจากทีม แบล็คเบิร์น มาทีม แมนฯ ซิตี้
  • ตัวที่แพงที่สุด : คาร์ลอส เตเบซ ราคา 25 ล้านปอนด์ ยักย้ายถ่ายเทจากทีม แมนฯ ยูไนเต็ด มาทีม แมนฯ ซิตี้

ปี 2010



  • ตัวที่คุ้มค่าที่สุด : ยาย่า ตูเร่ ราคา 24 ล้านปอนด์ ย้ายจากทีม บาร์เซโลน่า มาทีม แมนฯ ซิตี้
  • ตัวที่ห่วยแตกที่สุด : กียาน อซาโมอาห์ ราคา 13 ล้านปอนด์ ยักย้ายถ่ายเทจากทีม แรนส์ มาทีม ซันเดอร์แลนด์
  • ตัวที่แพงที่สุด : ยาย่า ตูเร่ ราคา 24 ล้านปอนด์

ปี 2011



  • ตัวที่คุ้มค่าที่สุด : เซร์คิโอ อเกวโร่ มูลค่า 38 ล้านปอนด์ ย้ายจากทีม แอต. มาดริด มาทีม แมนฯ ซิตี้
  • ตัวที่ห่วยแตกที่สุด : อังเดร ซานโต๊ส สนนราคา 6.2 ล้านปอนด์ โยกย้ายจากทีม เฟเนร์บาห์เช่ มาทีม อาร์เซน่อล
  • ตัวที่แพงที่สุด : เซร์คิโอ อเกวโร่ ราคา 38 ล้านปอนด์


ปี 2012


  • ตัวที่คุ้มค่าที่สุด : เซซ่าร์ อัซปิลิเกวต้า ราคา 6.5 ล้านปอนด์ ย้ายจากทีม มาร์กเซย มาทีม เชลซี
  • ตัวที่ห่วยแตกที่สุด : แจ็ค ร็อดเวลล์ ราคา 12 ล้านปอนด์ ยักย้ายถ่ายเทจากทีม เอฟเวอร์ตัน มาทีม แมนฯ ซิตี้
  • ตัวที่แพงที่สุด : เอเด็น อาซาร์ ค่า 32 ล้านปอนด์ ย้ายจากทีม ลีลล์ มาทีม เชลซี

ปี 2013


  • ตัวที่คุ้มค่าที่สุด : วิลฟรีด โบนี่ ราคา 12 ล้านปอนด์ โยกย้ายจากทีม วิเทสส์ มาทีม สวอนซี
  • ตัวที่ห่วยแตกที่สุด : มารูยาน เฟลไลนี่ ราคา 27 ล้านปอนด์ ย้ายจากทีม เอฟเวอร์ตัน มาทีม แมนฯ ยูไนเต็ด
  • ซึ่งตัวที่แพงที่สุด : คือเมซุต โอซิล ราคา 42 ล้านปอนด์ ย้ายจากทีม เรอัล มาดริด มาทีม อาร์เซน่อล