แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิเคราะห์ผลบอล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิเคราะห์ผลบอล แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ประกาศพรีเมียร์ลีกทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูลปฤษฎางค์อวสานศึกพรีเมียร์ลีกที่สร้างผ่านมา

เหล่าพาเลซพลิกแซงหักปีกหงส์แดง3-1




ซึ่งภายหลังที่วิเคราะห์ผลบอลพวกหงส์แดง ยังโชว์ฟอร์มแย่ๆ ต่อเนื่อง หลังจากที่อุตส่าห์ได้ แลมเบิร์ต ที่ยิงให้พวกนำก่อนในสองนาทีแรก แต่สุดท้าย กลุ่มพาเลซ นั้นรัวทีเดียวสามลูกรวดพลิกกลับมาคว้าชัยไป 3-1 ทำให้อันดับไปรั้งที่ 12 ของลีกเรียบร้อย

โดยที่การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-2015 ที่สนาม เซเฮิร์ส พาร์ค  ฝ่ายคริสตัล พาเลซ ต้อนรับการมาเยือนของ คณะหงส์แดง ลิเวอร์พูล

ซึ่งในนาทีที่ 2 แฟนๆ เจ้าถิ่นต้องถึงกับช็อก ภายหลัง ฝ่ายคริสตัล พาเลซ นั้นต้องมาเสียประตูไปก่อน จากจังหวะที่ อดัม ลัลลาน่า เปิดข้ามแนวรับให้ ริคกี้ แลมเบิร์ต หนีการประกบ ก่อนจะพักบอลแล้วซัดเรียดทะลุทะลวงมือ จูเลี่ยน สเปโรนี่ เข้าไป กลุ่มลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0

ต่อเนื่องมาถึงนาทีที่ 17 จนกระทั่งพวกพาเลซ ก็ได้เฮบ้างจนกระทั่งมาตามตีเสมอสำเร็จเป็น 1-1 จนกระทั่ง ยานนิค โบลาสซี่ ลากหนีแนวรับ กรุ๊ปหงส์แดง ก่อนจะตัดสินใจซัดเต็มข้อด้วยขวาระยะ 25 หลา บอลเรียดหนีมือ ซิมง มินโญเลต์ พุ่งชนเสากระดอนออกมา แต่ลูกยังเข้าทาง ดไวท์ เกล วิ่งมาซ้ำจ่อเข้าไปได้สำเร็จ

ในนาทีที่ 34 พวกหงส์แดง นั้นเกือบได้ประตูออกนำอีกครั้ง คราวนี้ โจ อัลเลน ครอสจากฝั่งซ้ายไปให้ ริคกี้ แลมเบิร์ต ที่อยู่เสาไกลได้โอกาสขึ้นโขกคนเดียวจ่อๆ แต่โชคไม่ดีบอลดันหลุดกรอบออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 36 คณะพาเลซ นั้นต้องถอดเอา ดาเมี่ยน เดลานี่ย์ ที่ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง เบรเด้ ฮันเกลันด์ ลงมาดูแลเกมรับของพวกแทน

และในช่วงท้ายครึ่งแรกไม่มีประเติมเพิ่ม หมดเวลาทั้งสองกลุ่มเสมอกันไปก่อน 1-1

ซึ่งนาทีที่ 48 ทางด้านกลุ่มลิเวอร์พูล นั้นก็มาได้ลุ้นจากฟรีคิกระยะ 30 หลา สตีเว่น เจอร์ราร์ด รับหน้าที่ซัดแต่บอลพุ่งหลุดกรอบออกไปเสียก่อน

ในนาทีที่ 53 ตัวของมาร์ติน สเคอร์เทล มาโดนใบเหเอิกเกริกงเป็นคนแรกของเกม โทษฐานเจ้าตัวเข้าไปดึงแขนของ มารูยาน ชามัคห์ เพื่อเป็นการขัดขวาง

นาทีที่ 61 ฆาบี มานกิโย่ ต้องมารับใบเหโจษจันง หลังเจตนาไปดึง ชามัคห์ ที่หน้าเขตโทษ

พร้อมด้วยในนาทีที่ 71 หมู่หงส์แดง นั้นได้ตัดสินใจถอด อดัม ลัลลาน่า ออก แล้วส่ง ฟาบิโอ บอรินี่ ลงสนามเพื่อลุ้นทำประตูให้พวกเพิ่ม

ต่อมาในนาทีที่ 74 ทีมลิเวอร์พูล นั้นต้องถอด โจ อัลเลน ที่มีปัญหาเโจษกออกบนศีรษะที่แตกมาจากครึ่งแรก เพราะว่าเปลี่ยนเอา เอ็มเร่ ชาน ลงสนามมาช่วยเกมแดนกลางแทน ขณะที่ กรุ๊ปพาเลซ ก็ส่งให้ เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ลงสนามเป็นคนที่สอง โดยเปลี่ยนเอา เจสัน พันเชี่ยน ออกไป

พร้อมด้วยครั้นถึงนาทีที่ 78 แฟนบอลกลุ่มคริสตัล พาเลซ ก็ได้เฮกันทั้งสนามครั้งคณะมาทำประตูที่สองสำเร็จ จากจังหวะที่บอลกำลังลอยกลางอากาศ เดยัน ลอฟเรน ที่ตามประกบ ยานนิค โบลาสซี่ จากริมเส้นไปล้มแล้วบอลตกเข้าหัวพอดีให้ดาวเตะ หมู่พาเลซ เลี้ยงหนีไปได่ ก่อนเจ้าตัวจะตบเข้ากลางให้ โจ เลดลี่ย์ วิ่งมาซัดตรงกลางลอดตัว ซิมง มินโญเลต์ เข้าไป เจ้าถิ่นพลิกขึ้นนำ 2-1

ต่อมาในนาทีที่ 81 สถานการณ์ยังเป็นใจให้เจ้าถิ่นต่อเนื่อง คราวนี้กลุ่มมาได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษ ไมล์ เยดินัค วิ่งมาปั่นด้วยขวา บอลเลี้ยวข้ามกำแพง ก่อนจักอ้อมหนีมือ มินโญเลต์ เข้าไปอย่างสวยงาม ฝ่ายคริสตัล พาเลซ ได้นำเพิ่มอีกเป็น 3-1

นาทีที่ 86 ทีมพาเลซ ปลงใจถอด ยานนิค โบลาสซี่ ที่เกมนีทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมออกไปพักท่ามกลางเสียงปรบมือจากแฟนๆ ในสนาม ก่อนจักให้ แบร์รี่ แบนแนน ลงมาเล่นแทน

เข้าสู่ช่วงท้ายเกมทั้งสองกรุ๊ปเกือบมีลุ้นได้ประตูกันหลายครั้งแต่ก็พลาดไป สุดท้ายหมดเวลา กรุ๊ปคริสตัล พาเลซ ได้เปิดบ้านเอาชนะ ทีมลิเวอร์พูล ไปได้สำเร็จผลบอล 3-1

นั่นทำให้ คณะพาเลซ ได้เก็บเพิ่มเป็น 12 คะแนน ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 15 ของตาราง ส่วน ฝ่ายหงส์แดง จากความพ่ายพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้พวกตกมาอยู่อันดับ 12 เพราะว่ามีอยู่แค่ 14 คะแนน เท่านั้น

มาดูทะเบียนผู้เล่น คริสตัล พาเลซ 4-4-1-1 :

  1. จูเลี่ยน สเปโรนี่ 
  2. มาร์ติน เคลลี่
  3. สก็ตต์ แดนน์
  4. ดาเมี่ยน เดลานี่ย์ เปลี่ยนตัว เบรเด้ ฮันเกลันด์ ลงมาในนาทีที่ 36
  5. โจเอล วอร์ด 
  6. เจสัน พันเชี่ยน เปลี่ยนตัว เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ลงมาในนาทีที่ 76
  7. ไมล์ เยดินัค
  8. โจ เลดลี่ย์
  9. ยานนิค โบลาสซี่ เปลี่ยนตัว แบร์รี่ แบนแนน ลงมาในนาทีที่ 86
  10. มารูยาน ชามัคห์ 
  11. ดไวท์ เกล


ผู้เล่นสำรอง

  1. เวย์น เฮเนสซี่ 
  2. วิลฟรีด ซาฮา 
  3. เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ 
  4. แอนดรูวส์ จอห์นสัน


มาดูรายนามผู้เล่น คณะลิเวอร์พูล 4-2-3-1 :

  1. ซิมง มินโญเลต์ 
  2. ฆาบี มานกิโย่
  3. มาร์ติน สเคอร์เทล
  4. เดยัน ลอฟเรน
  5. เกล็น จอห์นสัน 
  6. โจ อัลเลน เปลี่ยน เอ็มเร่ ชาน ลงมาในนาทีที่ 74
  7. สตีเว่น เจอร์ราร์ด 
  8. ราฮีม สเตอร์ลิ่ง
  9. ฟิลิปป์ คูตินโญ่
  10. อดัม ลัลลาน่า เปลี่ยน ฟาบิโอ บอรินี่ ลงมาในนาทีที่ 71 
  11. ริคกี้ แลมเบิร์ต


ผู้เล่นสำรอง

  1. แบร๊ด โจนส์ 
  2. โคโล่ ตูเร่ 
  3. อัลแบร์โต้ โมเรโน่ 
  4. ลูคัส เลว่า 
  5. ลาซาร์ มาร์โควิช


กรรมการผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์

ติดตามชมดูคลิป ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก


เดอะคล็อปป์ได้โผล่ชื่อนั่งแท่นกุนซือหงส์แทนบีร็อด




ซึ่งบีร็อด นั้นคงจะได้เก้าอี้ร้อน หลังจากที่เจอร์เก้น คล็อปป์ ปรากฏชื่อเตรียมนั่งแท่นบัลลังก์กุนซือใหม่ ทีมหงส์แดง หลังผลงานโคตรแย่ เก็บชัยได้แค่ 2 นัดจาก 12 เกม

กับก็ดูเหมือนขาเก้าอี้กุนซือของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการพวก ลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จักเริ่มทำสั่นคลอนเสียแล้ว เมื่อล่าสุดมีรายงานว่า เหล่าหงส์แดง ได้วางตัว เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์ของ กลุ่มโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เหล่าดังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน เข้ามาเสียบตำแหน่งแทน หลังจากที่ บีร็อด นั้นเพิ่งพาเหล่าบุกไปปราชัย กรุ๊ปคริสตัล พาเลซ ที่ ถิ่นเซลเฮิร์ทส์ พาร์ค 1-3 พอวันอาทิตย์ที่ผ่านมา วันที่ 23 พฤศจิกายนที่ทะลุมา

ซึ่งตารางบอลหมู่หงส์แดง นั้นได้ออกสตาร์ทฤดูกาล 2014 - 2015 ได้อย่างย่ำแย่ เก็บชัยชนะได้เหมือน 2 นัดเท่านั้นจากเกมลีก 12 นัดหลังสุด แถม 3 นัดล่าสุดแพ้รวดทั้งหมด รั้งอยู่ที่ 12 ของตาราง แข่ง 12 นัด มี 14 แต้ม

นั่นจึงทำให้แฟนๆ ชาวเดอะ ค็อป พร้อมกับเหล่าบรรดาเกจิลูกหนังวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะล่าสุดมีรายงานเกิดขึ้นว่าทางบอร์ดบริหารของ กลุ่มลิเวอร์พูล ได้วางแผนทาบทาม คล็อปป์ เข้ามาทำหน้าที่แทน ร็อดเจอร์ส หลังเจ้าตัวนั้นเคยออกมายอมรับว่าสนใจที่จักเข้ามาทำงานใน อังกฤษ

พร้อมกับที่ก่อนหน้านี้ กุนซือใหญ่ทัพ ฝ่ายเสือเหเล่าลือง ก็ได้เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องทำงานในแดนผู้ดีเอาไว้ว่า ผมคิดว่า อังกฤษ เป็นที่เดียวเท่านั้นที่ผมควรไปทำงาน ถัดจาก เยอรมัน ผมคิดว่า อังกฤษ นี่แหละเหมาะสมที่สุดแล้ว ก็เพราะว่ามันเป็นประเทศเดียวที่ผมรู้จักภาษา ซึ่งการทำงานของผมมันจำเป็นต้องใช้ภาษาอย่างมาก และถ้าเกิดมีใครติดต่อผมมา มันก็น่าที่จักลองคุยดูนะ

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ฟุตบอล: แฟนบอล ยานาไซ ไม่ควรอ่านหนอ?

แฟนบอล ยานาไซ อย่าอ่านนะ?




ด้วยว่า 3 คะแนนสำคัญของ กลุ่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากการคว้าชัยเหนือฝ่ายรองบ่อนอย่าง เหล่าคริสตัล พาเลซ 1 - 0 พอสุดสัปดาห์ที่ข้ามมา คงจะไม่เกิดขึ้นแน่ๆ ถ้าหากอดีตดาวรุ่งที่ใครๆ ต่างก็พูดถึงครั้นเมื่อช่วงต้นซีซั่นที่แล้วนามว่า อัดนาน ยานาไซ โลดแล่นอยู่ในสนามครบ 90 นาที

ซึ่งในนัดนี้ได้รับเสียงด่าอย่างมากโข เนื่องด้วยการวิเคราะห์ผลฟุตบอลฟอร์มการเล่นอันสุดแสนจะห่วยแตกของ อัดนาน ยานาไซ ในฤดูกาลนี้ เหรอถ้าจักให้พูดจริงๆ ก็น่าจะเป็นมาตั้งแต่ช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้วละ ถ้าท่านผู้อ่านได้เคยติดตามงานเขียนของผมมาก่อน ก็คงจักทราบดีว่าผมนั้นเป็นแฟนบอล ทีมปีศาจแดง แบบสุดลิ่มทิ่มประตูคนนึงเลยหละ ฉะนั้นการที่จักให้มาเขียนสกู๊ป ตำหนิติติงนักเตะกลุ่มโปรดของตัวเอง บางพวกันก็ทำยากอยู่นะ แต่วันนี้มันถึงจุดแล้วสุทธิ ๆ




ภาพห่วยจนถูกหนังสือ Deviemag จับมาล้อ จาก Devilmag.com


พร้อมกับความนักแล้วผมหวังจะเขียนถึงข่าวแมนยู ตัว ยานาไซ มาตั้งแต่ 2 - 3 เกมก่อนหน้านี้แล้วนะ แต่ก็คิดว่าอะ ลองให้โอกาสมันดูอีกสักหน่อยละกันวะ อีกอย่างตอนนั้นสาวกผู้คลั่งไคล้ในตัวของดาวเตะหน้าหล่อรายนี้ ไม่ก็ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ติ่ง ก็ยังค่อนข้างเป็นกองอยู่ ฉะนั้นโอกาสที่ผมจะโดนติ่งเหล่านั้นรุมโทรมด้วยคำหยาบคายมีค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

ซึ่งผมจึงเเล่าลือกที่จักเลี่ยงไปก่อน แต่พอกาลเวลาเปลี่ยน ติ่ง ทั้งหลายก็ริเริ่มได้เห็นธาตุแท้ของไอหนูขี้เก๊กรายนี้ ชัดขึ้นๆ เรื่อยๆ จากที่เคยหลง ก็เหเอิกเกริกแค่รัก จากที่เคยรัก ก็เหเอิกเกริกแค่ชอบ จากที่เคยชอบ กลับกลายเป็นเฉยๆ จนทุกวันนี้บางคนเกลียดแล้วด้วยซ้ำ

เพราะเหตุนี้ วันนี้ผมขอพูดถึงจอมเลี้ยงร่างอ้อนแอ้นสักหน่อยเถอะ มันอดรนทนไม่ไหวแล้วสุทธิๆ เพราะด้วยฟอร์มการเล่นแบบฉายเดี่ยว กรูเก่งคนเดียว ไม่คิดจักส่งให้ใคร ยิงทิ้งยิงขว้าง ยึกๆ ยักๆ เล่นมากจังหวะ ทำลูกง่ายให้เป็นลูกยาก ลากถึงเส้นหลังแล้วไม่เปิด แต่เจือกล็อกกลับหลัง พร้อมกับจบด้วยการยึกๆ ยักๆ พร้อมกับอีกหลากหลายร้อยสิ่งที่เขาทำให้เกมรุกของ พวกปีศาจแดง นั้นเพลาฤทธิ์เดชลงไป

พร้อมด้วยผมก็มั่นใจอีกว่า ไม่ใช่ผมคนเดียวที่เป็น ประชาชนทนไม่ไหว ที่ต้องขออกมาต่อต้านการส่ง ยานาไซ ลงเล่นเป็นตัวจริงๆ เพราะว่าเท่าที่ตามอ่านความคิดเห็นของเหล่าบรรดาสาวก ฝ่ายอสูรแดง ในสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจักทั้ง

  1. ทาง เฟสบุ๊ก
  2. ทาง ทวิตเตอร์
  3. ทาง อินสตราแกรม 
  4. ทาง กระทู้ตามเว็บบอร์ดต่างๆ 


ซึ่งแฟนผีร้อยละ 80 ต่างก็ออกมาด่า ยานาไซ ซะเละเทะไม่มีชิ้นดี




ภาพจาก Devilmag ขอขอบคุณภาพจาก Devilmag.com

ซึงเพราะติ่งของ ยานาไซ บางท่านอาจจะอ้างว่า โหยย ก็คนไทยมันขึ้นชื่อเรื่อง เกรียนคีย์บอร์ด อยู่แล้วนี่หว่า มันก็ต้องด่ากันอยู่แล้ว ผมจักย้ำเตือนว่าที่อังกฤษเอง เขาก็คิดกันอย่างนี้ครับ ขนาดสาวกอสูรวัยขบเผาะนามว่า ชาร์ลี ยังต่อว่าปีกจอมยึกยักรายนี้เลยครับ ถ้าไม่เชื่อ ผมมีคลิปมาให้ดู



จะรู้สึกอายเด็กมันบ้างไหมนะ

ซึ่งเจ้าหนูน้อยชาร์ลีผู้น่ารักได้ให้สัมภาษณ์ถึงชัยชนะที่ ทีมปีศาจแดง นั้นมีเหนือ ฝ่ายปราสาทเรือนแก้วผลบอล 1 - 0 ว่า 3 คะแนนในวันนี้สำคัญต่อพวกอย่างมาก แต่เกมของเรายังค่อนข้างช้าอยู่ เพราะว่าเฉพาะ ยานาไซ เขาเล่นบอลได้ช้ามาก ทำเกมเสียจังหวะตลอด เขาคือจุดอ่อนของเหล่า ด้วยกันก่อนที่ ชาร์ลี จะไปวิพากษ์วิจารณ์ อังเคล ดิ มาเรีย พร้อมด้วย โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ต่อ แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นของเราแล้วหละ 5555

ก็ได้เขียนมาถึงตรงนี้แล้ว ผมก็นึกได้คุ้นๆ เหมือนกับว่า ผมเคยเขียนเรื่องราวของเขามาแล้วทีนึง ตอนช่วงต้นฤดูกาล เวลาที่เพิ่งจะได้รับเสื้อหมายเลข 11 เลยลองกลับไปขุดหาดู ปรากฏว่า เห้ย จริงๆๆ ด้วยตอนนั้นผมเขียนไว้ ว่าด้วยเรื่องของ ชื่อชั้นที่ยังไม่สมควรจะมาใส่เบอร์ 11 ต่อจาก แข้งระดับตำนานอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ ก็เพราะว่ามันจักทำให้เด็กหนุ่มวัยแค่ 19 ปี ต้องแบกรับความกดดันไว้มหาศาลนั่นเอง พร้อมกับดูเหมือนว่าคราวนี้ สิ่งที่ผมคิดไว้ในตอนนั้นมันจะถูกต้องเสียด้วย

พร้อมทั้งนอกจากนี้ในบทความนั้น มีใจความท่อนนึงผมเขียนไว้ว่า ผมรู้สึกว่า ยานาไซ ไม่ได้เก่งขนาดนั้น แต่กลับถูกมองว่าเก่ง และให้มูลค่าจนเกินตัวไปเยอะมาก สิ่งที่ผมจะพูดรองลงไปอาจทำร้ายจิตใจแฟนผี แต่โปรดยอมรับเถอะครับว่า ราฮีม สเตอร์ริ่ง ปีกกึ่งกองหน้าของ ทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล คู่กัดตลอดกาลของ กรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ถูกดันขึ้นมาสู่คณะชุดใหญ่พร้อมๆ กับ ยานาไซ มีการพัฒนาที่มากกว่า พร้อมด้วยดูดีมีอนาคตกว่าบานตะไท

ซึ่งถ้าต่างว่าใครจักแสดงว่าผมอคติกับดาวรุ่งขวัญใจแฟนผีรายนี้ ผมก็คงต้องขอน้อมรับไว้ แต่ผมคิดว่าฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวก็น่าจักตอบโจทย์ทุกอย่างได้แล้ว ไม่ว่าจักเป็นการเล่นมากจังหวะ การหวงบอล การยิงเพราะไม่หวังผล ซึ่งหาก ยานาไซ ไม่ยอมปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นของตัวเอง อนาคตคงก้าวถัดไปลำยากแน่ๆ

ถ้าจะนับจากวันนั้น จนถึงวันนี้ ในเกมพรีเมียร์ลีก สร้างผ่านไปแล้วอีก 10 นัด ความคิดของผมที่มีต่อ ยานาไซ ก็ยังคงเดิม แถมขอยอมรับตรงๆ ด้วยเลยว่า ตั้งต้นจักมีความเกลียดเข้ามาเจือปนแล้วด้วยซ้ำ





ภาพเกมแรกในพวกชุดใหญ่ อย่างไม่เป็นทางการ ของ ยานาไซ ก็คือการมาโชว์ความพริ้วที่แดนสยามนี่เอง

ซึ่งถ้าสมมุติ ลองย้อนกลับไปตราบฤดูกาลที่แล้ว กาลเวลาที่ยังไม่มีใครรู้จักมากนัก เจ้าตัวได้รับโอกาสให้ลงเล่นในช่วง พรี - ซีซั่น พร้อมด้วยก็ทำผลงานได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว รวมถึงได้ลงเล่นในการมาทัวร์เมืองไทยด้วย เกมนั้นเล่นดีมากๆ ส่วนเกมที่ได้ลงประเดิมสนามในพวกชุดใหญ่อย่างเป็นทางการเลยก็คือการลงมาเป็นตัวสำรองแทนที่ของ แอชลี่ย์ ยัง ในนาทีที่ 68 เกมนั้นพลพรรค ฝ่ายเร้ด เดวิลส์ ได้เอาชนะ กลุ่มคริสตัล พาเลซ ไปได้ 2-0 ด้วยกันเจ้าตัวก็ยังทำผลงานได้ไม่เลว

ด้วยกันหลังจากนั้น เกมที่ถือว่าเป็นการแจ้งเกิดให้ ยานาไซ อย่างเต็มตัวก็มาถึง ครั้นเขาถูก เดวิด มอยส์ ส่งลงเป็นตัวแน่ๆครั้งแรกในเกมที่พบกับ เหล่าซันเดอร์แลนด์ เพราะว่าเจ้าตัวเหมาคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ต้นสังกัดสร้างปาฏิหาริย์พลิกนรกจากที่ตามหลังอยู่ 1 - 0 กลับมาชนะได้ 2 - 1 พร้อมด้วยหลังจากเกมนั้นเองผู้คนทั้งหลายต่างพากันสรรเสริญเขา สื่อหลายสำนักรุมสัมภาษณ์ สโมสรยักษ์ใหญ่เริ่มต้นตามจีบ และหลายคนอาจมองว่าเป็นเกมแจ้งเกิด แต่เนื่องด้วยผมมันคือจุดที่ทำให้วัยรุ่นคนนี้ สมาธิแตกกระเจิงเสียมากกว่า เพราะเฉพาะอย่างยิ่ง เขาไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของกุนซือจอมเฮี้ยบอย่างโค้ช เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เสียด้วย




คลิปเกมแจ้งเกิดของตัว ยานาไซ

ซึ่งไม่กี่วันถัดมาโปรแกรมบอล ภายหลังเกมดังกล่าวด้านบน เหล่าปีศาจแดง ก็จัดการมอบสัญญาฉบับใหม่ระยะยาวถึง 5 ปี พร้อมค่าจ้างสูงถึง 60,000 ปอนด์ใช่ไหมประมาณ 3 ล้านบาท ต่อสัปดาห์ พร้อมเงินกินเปล่าค่าเซ็นคำสัญญาที่เด็กอายุ 18 ปีจะได้เอาไปใช้ฟรีๆ อีก 5 ล้านปอนด์หรือว่าคาดคะเน 250 ล้านบาท เรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีวัยกะเตาะเท่าชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว

กับผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่า มีใครได้สังเกตุเหมือนผมหรือไม่ว่า ตั้งแต่ อัดนาน สะบัดน้ำหมึกพร้อมรับค่าเหนื่อยมหาศาล เจ้าตัวก็เปลี่ยนไป ทั้งการแต่งตัว การวางตัว รวมถึงฟอร์มการเล่นในสนามบอล


พูดแบบไม่อ้อมเลยก็คือ ขี้เก๊ก ขี้แอ็ค ขี้เลี้ยง กว่าเดิมมากมากๆ เลย กับอย่างที่แย้มละครับ พอมาในฤดูกาลนี้ เขาได้สวมเบอร์ 11 อีกด้วย ผมคิดว่าทำให้เจ้าตัวรู้สึกว่าตัวเองยิ่งมีความสำคัญกับกรุ๊ป บวกกับแรงกดดัน ฟอร์มมันถึงออกมาได้ห่วยแตกแบบสุดลิ่มทิ่มประตูแบบนี้นี่ละครับ แถวบ้านผมเขาเรียกอาการแบบนี้ว่า ทองลอก ครับ ความหมายก็คือคนที่ดี นานวันไปก็กลับกลายเป็นคนเลว อะไรเกือบๆนั้น แต่ในกรณีนี้ ผมไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่า มันเคยมี ทอง อยู่ในตัวเจ้าเด็กนี่มาก่อนไม่ก็เปล่าด้วยซ้ำ




ภาพเซ็นคำมั่นยิ้มแป้น รับทรัพย์กับเงินก้อนโต

ซึ่งอีกประเด็นนึงที่ทะเยอทะยานจะเขียนถึงแต่ไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวยาวก็คือ มีหลายคน ชี้ว่า ให้ดู โรนัลโด้ ตอนมาใหม่ๆ สิ มันก็ขี้เลี้ยงอย่างนี้แหละ เดี๋ยวสักวัน ยานาไซ ก็อาจจะเป็นถึงระดับโด้ได้บ้าง โอ้ยยย แท้ครับที่ตอนนั้น เจ็ทโด้ มันขี้เลี้ยง แต่ขอโทษ ทรงมันดีกว่านี้ด้วยซ้ำ ทำไมไม่ลองไปเทียบพวกขี้เลี้ยงแบบ นานี่ เบเบ้ ดูบ้างละครับ?

พร้อมด้วยผมขอพูดตรงนี้เลยว่าตัวของ ยานาไซ ไม่มีทางเหมือน โรนัลโด้ แค่ใกล้เคียงยังไม่มีวันเลยด้วยซ้ำ ผมรับประกัน

สิ่งสุดท้ายนี้ แม้ว่า ยานาไซ จะเป็นคนที่ผมชอบน้อยที่สุด ในกลุ่ม ณ เวลานี้ แต่ในฐานะที่ผมคือสาวก คณะปีศาจแดง ฉะนั้นตราบใดที่แข้งวัยกะเตาะรายนี้ยังคงอยู่ในกรุ๊ป เราก็คือสายเฟุ้งเฟื่องดเดียวกัน ผมก็ขอเอาใจช่วยให้ปีกกลุ่มชาติเบลเยี่ยม ก้าวข้ามความกดดันในการสวมเสื้อเบอร์ 11 ต่อจากตำนาน ปีกขนดก ไปให้ได้

ด้วยกันรวมถึงต้องพยายามปรับเปลี่ยนทัศนคติในการเล่น และเร่งพัฒนาฝีเท้าให้ดีขึ้นกว่าเดิมในตารางพรีเมียร์ลีกด้วย แต่เหนือสิ่งอื่นใดเลยคือ หลุยส์ ฟาน กัล ช่วยอย่าส่งมันลงตัวแน่นอนบ่อยนักได้มั้ยวะ จับมันดองข้างสนาม พร้อมๆ กับลูกรักของคุณอย่าง ฟาน เพอร์ซี่ ด้วยก็จะดีมาก

ชิน ชินพัฒน์

เขียนเพราะว่า : Giggsmanu11

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ข้อมูลฟุตบอลศึกพรีเมียร์ลีกและโปรแกรมบอลพรุ่งนี้

จับปลาหลายมือ?





ทางด้านฟุตบอลในโซนยุโรป หลักๆ ก็มี 3 รายการเพราะด้วยเหล่าใหญ่ ก็คือ

  1. ศึกบอลลีก
  2. ศึกบอลถ้วย
  3. ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก


แต่ก็มีบางประเทศอย่าง 1.ฝรั่งเศส พร้อมทั้ง 2.อังกฤษ ที่มี 4 รายการ เริ่มทำซีซั่นมาได้ 3 เดือนแรก 4 บิ๊กโฟร์ อย่าง


  • กลุ่มอาร์เซน่อล
  • พวกเชลซี
  • หมู่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 
  • พวกลิเวอร์พูล 


ซึ่งก็ไม่ค่อยจะทำผลงานดีสักเท่าไหร่นักในทุกๆ รายการ เว้นก็แต่ ฝ่ายเชลซี ไว้หนึ่งกลุ่ม

ด้วยกันโดยเฉพาะในเวทียุโรป ที่ทั้ง ทีมเรือใบ ด้วยกัน กรุ๊ปหงส์แดง แชมป์พร้อมทั้งรองแชมป์ลีกขณะฤดูกาลที่ทะลุมา ต่างทำให้แฟนบอลพันธุ์แท้ของทั้ง 2 กลุ่มนั้นกำลังปวดกระเพาะอาหารอยู่ ด้วยเหตุว่าสถานการณ์รอบแบ่งกลุ่มไม่สู้ดีนัก




เริ่มต้นกันที่ฝ่ายลิเวอร์พูลหลังจากได้ลอดเข้ามาเล่นชปล ในปีนี้ ก็พลอยทำให้ผลงานทั้งในลีกพร้อมกับบอลถ้วยตกลงไปพอๆ กัน

กับทั้งนี้เพราะในปีนี้ ทางศึกพรีเมียร์ลีก ได้แบ่งมาให้ฟรีทีวีดูด้วย ก็เลยมีบางอาทิตย์ผมได้ดูฟอร์มเหล่าจากอังกฤษ ซึ่งก็ทำนูลเลยว่า ป้อแป้ สุดฤทธิ์ ถามว่าพวกเขามีศักยภาพที่จักชนะทุกๆ พวกในกลุ่มตัวเองหรือว่าไม่ แน่นอนว่า 100 เปอร์เซนต์คือมีแน่ๆ เกี่ยวกับโอกาสที่จักชนะ

แต่ว่าคำถามตรงหน้าคือ พวกเขาพร้อมหรือไม่ กับการเก็บ 3 คะแนนใน 6 เกมของรอบแบ่งกลุ่ม พูดได้เลยว่าไม่พร้อมอย่างแรง

พร้อมด้วยอันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวที่ผมเชื่อว่าหลายๆ คนก็คิดเหมือนกัน ซึ่งผมได้นั่งคิดนอนคิดเกี่ยวกับผลงานในแชมเปี้ยนส์ ลีก ของกรุ๊ปจากอังกฤษ ซึ่งปัญหามันน่าจะขึ้นต้นมาจากจุดๆ เดียวกัน

ซึ่งนั่นก็คือโปรแกรมบอลเตะที่เกริ่นไปในข้างต้น ซึ่งผมมองว่านี่เป็นปัญหาหลัก ที่ทำให้ทีมจากอังกฤษ ไปได้ไม่ถึงฝัน ด้วยการที่พวกเขามีรายการให้เล่นมากกว่าประเทศอื่นหนึ่งรายการ บวกกับยุคเวลานี้ที่ไม่มีการทิ้งถ้วยไหนๆ เหมือนเป็นเทรนด์ใหม่ ที่ขนาด เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตผู้จัดการฝ่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้เคยพลีชีพด้วยการส่งเยาวชนลงทั้งเหล่าเพื่อทิ้งบอลถ้วยจนชาวบ้านชาวช่องด่ามาแล้ว ถึงขั้นบ้าจี้ทำตามอยู่หลายปี ด้วยการเอาแน่นอนในบอลถ้วยตามกระแสของ คณะแมนฯ ซิตี้ พร้อมด้วย พวกเชลซี ที่มีขนาดฝ่ายใหญ่ เก่งเปลี่ยนผู้เล่นทั้งชุดก็ยังดูเป็นชุดใหญ่ได้มาแล้ว

ก็เหนื่อยสิครับงานนี้ กับสุดท้ายแล้วก็กลายเป็นไม่ได้ดีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรายการไหนๆ จนทำให้กลุ่มเกือบพัง แฟนบอลในไทยเกือบปิดเฟซบุ๊คกันแทบไม่ทัน

สังเกตไหมครับว่าศึก แคปิตอล วัน คัพ Big4 แดนผู้ดีเล่นเอาครันเหมือนกัน แม้จะมีหมุนเอาสำรองลงบางตำแหน่ง พร้อมทั้งมีถึง 2 หมู่ที่เข้าถึงรอบ 8 เหล่าสุดท้าย

ซึ่งผมนั้นก็ขอยกตัวอย่างสโมสร หมู่ลิเวอร์พูล ที่กุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ประกาศซื้อตัวเพื่อเอาไว้สับเปลี่ยนผู้เล่น ยามลงแข่งในฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่เจ้ากรรมดันโชคไม่ค่อยดี จับสลากมาอยู่กับ เหล่าเรอัล มาดริด แชมป์เก่า แถมมีกลุ่มสุดอันตรายพร้อมกับประมาทไม่ได้อย่าง บาเซิ่ล อยู่ด้วย ทำให้งานมันดูยากขึ้นเหมือนกัน

เพราะที่หลายๆ ฝ่ายอาจจะมองว่าพวกเขา โชคไม่ดีที่ต้องไปอยู่กับกรุ๊ปที่เหนือกว่าทั้ง พวกเรอัล มาดริด แชมป์ปีที่แล้ว และแชมป์ 10 คราว แต่ถ้าเจาะรายละเอียดลึกๆ แล้วพวกเขาไม่ได้ปราชัยแล้วเล่นดีนี่สิ

ด้วยกันผลบอล 0 - 3 ในถิ่น แอนฟิลด์ ก็ทำให้ใครๆ ก็ต่างโจมตีว่ามาตรฐานระหว่าง กรุ๊ปเรอัล มาดริด พร้อมกับ กรุ๊ปลิเวอร์พูล มันต่างกันมาก

ซึ่งมันก็สุทธิอยู่ที่ว่า เหล่าราชันชุดขาว มีแนวรุกระดับโหดถึงขั้นทำเด็กร้องไห้ได้ แต่ผมเชื่อว่า ถ้าเป็น หมู่หงส์แดง ทันทีที่ฤดูกาลที่พ้นมา ช่วงที่พวกเขาชนะติดต่อกัน 11 นัด เอาฟอร์มแบบนั้นมาเตะเกมดังกล่าว เหล่าเรอัล มาดริด อาจจ๋อยกลับบ้านก็ได้



สู้ได้ดีกว่านัดแรก แม้จะแพ้ชุดขาวไป 0 - 1

ซึ่งมันก็ไม่รอบรู้เป็นแบบนั้นได้ รวมถึงผลงานรายการอื่นของ กลุ่มลิเวอร์พูล ก็ไม่ได้ดีเสียด้วยสิ มันเลยทำให้พ่ายพังพาบอย่างที่เห็นผลบอล 0-3 ทั้งๆ ที่มองกันว่า 11 ผู้เล่นตัวเป็นแน่แท้เกมดังกล่าว ถือว่าเป็นชุดที่ดีที่สุดของทีมเลยก็ว่าได้ จะขาดก็แต่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เท่านั้น

และบางคนบ่งยังดีที่มันยังไม่ใช่เกมชี้เป็นชี้ตาย ถึง หมู่หงส์แดง จำนนเกมนี้ ก็ยังมีอีก 3 นัดให้แก้ตัว แต่เจ้ากรรมจุดเปลี่ยนมันมาตั้งแต่นัดที่บุกไปพ่าย หมู่บาเซิ่ล 0 - 1 แล้วล่ะ เพราะแน่นอนว่าตามหน้าเสื่อ พวกเขาต้องลุ้นกับยอดฝ่ายจากสวิส เพื่อแย่งตั๋วรอบน็อคเอาต์อีกใบ

แต่ว่าสถานการณ์ คราวนี้มันยิ่งลำบางขึ้นอีกขั้น โชคดีที่ พวกบาเซิ่ล ดันพ่าย ลูโดโกเร็ตส์ ในเกมที่ 3 ทำให้พวกเขามีแต้มเท่ากันที่ 3 คะแนน ยังได้ลุ้นยาวๆ ใน 3 เกมสุดท้าย แต่การที่จักต้องไปเยือน ถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว เกม 4 คิดในแง่ร้ายไว้ก่อนว่าพวกเขาจักไม่ได้แต้มกลับไป และ กรุ๊ปบาเซิ่ล จะชนะ คณะลูโดโกเร็ตส์ ได้ไม่ยาก

ซึ่งนั่นมันก็เป็นแบบนั้นแน่แท้ๆ ที่พวกเขาปราชัย หมู่เรอัล มาดริด 0-1 พร้อมกับ กลุ่มบาเซิ่ล อัดไป 4-0 นำพวกเขา 3 แต้ม เหร่ำลืออีก 2 นัด


ด้วยกันในอาทิตย์นี้ พวกเขานั้นต้องไปเจอกับ คณะ เชลซี อีก นั้นทำให้ ตัวบีร็อด ต้องพักตัวหลักมันซะเลย


และนี่ก็กลายเป็นว่า ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กลายเป็นถ้วยเล็กๆไปแล้วสินะ แล้วหันไปเอานักในลีกกับ แคปิตอล วัน คัพ ใช่ป่ะครับ??

อย่าทำเป็นเล่นนะครับ ในฝ่ายสำรองที่มี

  1. โคโล่ ตูเร่
  2. ลูคัส
  3. โจ อัลเลน
  4. เอ็มเร่ ชาน
  5. อดัม ลัลลาน่า
  6. ลาซาร์ มาร์โควิช 
  7. ฟาบิโอ บอรินี่ 


แต่ว่ากลับพ่าย คณะชุดขาว พ่าง 0 - 1 !!!!

ซึ่งวิเคราะห์บอลเรื่องนี้จักไม่เกิดขึ้นอีกเลยครับ ตัวผมมั่นใจว่า เพราะว่ารูปเกมระบุได้เลยว่า สู้ไม่ได้ ชัดเจน แต่มองในแง่ดีคือการได้กองหลังที่ยังดูไว้ใจได้อย่าง ตูเร่ ผู้พี่ คอยแก้ขัดเวลาเกิดเหตุการณ์คล้ายๆ แบบนี้ หมายถึงเอาลงเล่นบอลถ้วย อีกคนที่ต้องซูฮกพร้อมทั้งอาจหักหน้านักวิจารณ์หลายๆ คนได้ คือฟอร์มของ ซิมง มิโญเล่ต์ ด้วยการที่เพื่อนร่วมทัพหน้าเขา 10 คนปั้นให้ขนาดนี้ ถัดไปความมั่นใจคงมาเต็มเปี่ยม




เกมในนัดนี้พี่เจิดเป็นได้แค่ผู้ชมข้างสนามเท่านั้น


พร้อมด้วยนอกจากนี้ ตัวของบีร็อด ยังสติแตกถึงขั้นดรอป เจอร์ราร์ด ไว้ข้างสนาม ทั้งๆ ที่เจ้าตัวประกาศอำลาหมู่ชาติเพื่อจะมาเล่น ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก แม้สถิติเฉลี่ยออกมาจะดูเหมือนว่ากลุ่มไม่มี กัปตันเจิด จักดูผลงานดีกว่าตอนมีอยู่ก็เถอะ มันก็เป็นตรรกะบางอย่างเท่านั้น แต่รูปเกมในสนามสิสำคัญ มี เจิด ก็ต้องดีกว่าอยู่แล้ว ถูกมั๊ย แฟนหงส์

แล้วคำถามภายหลังนี้คือ

  • ประการแรก กรุ๊ปลิเวอร์พูล เหตุการณ์จักเป็นอย่างไรจากนั้น. 
  • ประการที่สอง ซึ่งการที่ไม่มี หลุยส์ ซัวเรซ คนเดียว ทำให้ทีมเปลี่ยนได้ถึงขนาดนี้เลยหรือ. 
  • ประการที่สาม การที่เอานักเตะตัวหลักที่ฟอร์มไม่ดีไปพัก จักได้ผลในเกมกับ ทีมเชลซี เหรอไม่. 
  • ประการที่สี่ ในเกมนัดชี้ชะตากับ ฝ่ายบาเซิ่ล ในนัดสุดท้ายผลจักออกมาเป็นอย่างไร. 
  • ประการที่ห้า ฝ่ายลิเวอร์พูล นั้นจะเข้ารอบ 16 กลุ่มสุดท้ายไม่ใช่หรือไม่. 
  • ประการที่หก แล้วแชมป์ลีกล่ะ. 
  • ประการที่เจ็ด ฝ่ายนั้นจะยังเก่งเบียดขึ้นไปลุ้นได้อยู่หรือว่าเปล่า.
  • ประการที่สุดท้าย พร้อมกับใครที่จักเข้ามาอุดรอยที่ ซัวเรซ ได้. 


ซึ่งคำถามตามมามากมายก่ายกองมากๆ

ในทุกสิ่งทุกอย่างจักได้คำตอบในไฮไลท์ฟุตบอลเร็ววันนี้ครับ หากพวกเขายังจับปลาหลายๆ มืออยู่ เน้นทุกถ้วย ไม่ว่าจะ

  • ศึกเกมลีก
  • ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก
  • ศึกแคปิตอล วัน คัพ 
  • ศึกเอฟเอ คัพ 

ซึ่งกำลังจักเตะปีหน้า นั่นจะทำให้พวกเขาพังแน่นอน เพราะหลายๆ กรุ๊ปก็พังมาแล้ว จะมาหวังให้เป็นเหมือน กลุ่มปีศาจแดง ในปี 99 มันก็คนละยุคระยะเวลากัน ฟุตบอลยุคนี้ทำแบบนั้นได้ยากแล้ว แต่ถ้าพวกเขาเลือเลื่องกที่จะทิ้งอะไรสักอย่างไป อาจจักทำให้บางอย่างที่เขาถืออยู่ ได้ของที่ล้ำค่ามาก็เป็นได้

เพราะว่าจักต้องมาพบเกมกับ กรุ๊ปเชลซี วันเสาร์นี้ น่าจะทำให้เห็นอะไรได้หลายอย่างแล้ว เนื่องด้วยแนวทางจากนั้นของ ร็อดเจอร์ส

กับท้ายนี้ ส่วนตัวผมยังเชื่อว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ ยังใช้ประโยชน์ได้อยู่ครับ พี่แกเป็นนักเตะพรรค์ต้องโอ๋ อย่าไปจวกไปสับเขา แล้วเดี๋ยวจะเล่นดีเอง

ด้วยกันเหตุผลของการดรอป เจอร์ราร์ด มองในแง่ดี อาจจะทำให้เจ้าตัวแผลงฤทธิ์ในเกมวันเสาร์ กู้หน้าจากที่เคยลื่นทำถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก หลุดมือครั้นเมื่อปีที่แล้วก็เป็นได้

ซึ่งหากจะมาปิดโอกาสการประสบความสำเร็จของ เหล่าลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ ต้องย้ำเลยว่าอย่าเพิ่งนะครับ เพราะอย่างไรก็ตาม พวกเขาเป็นพวกที่อันตราย แม้ช่วงนี้จักขาลง แต่ลงก็ต้องมีขึ้น อยู่ที่ว่าเขาจักเเลื่องลือก ปลงพร้อมด้วยจับอะไร แต่ถ้าจับไว้หมดล่ะก็

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ปืนใหญ่ครอบครองแชมป์ค่าตั๋วมีราคาที่สุดณลีก

พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ปืนใหญ่ครองชมค่าตั๋วแพงที่สุดในลีก




ขายตั๋วหรือไม่ขายอะไรกันเนี่ย? ล่าสุดทางสำนักข่าว BBC ได้ออกมาแสดงตนผลสำรวจค่าตั๋วเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลของแต่ละฝ่ายในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เพราะสนนราคาตั๋วที่แพงที่สุดในทุกวันนี้เป็นของทางด้านหมู่ อาร์เซน่อล เพราะว่าราคาจักอยู่ที่หมาย 5,335 บาท พร้อมกับตั๋วที่ถูกสุดเป็นของฝ่าย นิวคาสเซิ่ล เพราะว่ามูลค่าตั๋วจะอยู่ที่ราวๆ 825 บาท

ซึ่งค่าของตั๋วที่จักเข้าชมศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ในนัดต่างๆ นั้น กลุ่มที่ครองอันดับมูลค่าตั๋วที่แพงที่สุดก็คือทีม อาร์เซน่อล และเป็นมูลค่าที่เรียกได้ว่า แพงที่สุดใน 20 หมู่ของลีก เพราะว่าข้อมูลนี้ทางสำนักข่าว BBC ได้ทำการสำรวจข้อมูลสถิติมูลค่าของตั๋ว ซึ่งผลที่ได้ออกมาคือคณะปืนใหญ่ อาร์เซน่อลนั้นมีการจำหน่ายค่าบัตรเข้าชมฟุตบอล สนนราคาที่สูงที่สุดอยู่ที่ ใบละ 97 ปอนด์ ไม่ก็เกือบๆเป็นงินไทยอยู่ที่ ใบละ 5,335 บาทเลยทีเดียว

พร้อมทั้งจากการที่ทาง BBC ได้ออกมาเปรยข้อมูลล่าสุดนี้ ทำให้พบข้อมูลในอดีตว่าหมู่ที่ยังมีอันดับการจำหน่ายตั๋วแพงที่สุดก็ยังคงเป็นพวก อาร์เซน่อล เช่นเดิม ถึงแม้ว่าจักมีการลดมูลค่ามาแล้วจากฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่ได้จำหน่ายในมูลค่า 126 ปอนด์ ใช่ไหมคิดเป็นเงินไทยประมาณการ 6,930 บาท ทั้งยังครองอันดับตั๋วเข้าชมรายปีแพงที่สุด ซึ่งมีสนนราคาอยู่ที่ 2,013 ปอนด์ ไม่ก็คิดเป็นเงินไทยกะ 110,000 บาท ส่วนมูลค่าที่ถูกที่สุดนั้นอยู่ที่ 1,014 ปอนด์ ไม่ใช่หรือคิดเป็นเงินไทยราวๆ 55,770 บาท

กลับกันในขณะที่ สโมสรที่มีราคาตั๋วในแต่ละเกมส์ที่ถูกที่สุดนั้นเป็นของหมู่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ซึ่งได้จำหน่ายในมูลค่าที่ถูกที่สุด อยู่ที่ใบละ 15 ปอนด์ หรือว่าคิดเป็นเงินไทยคร่าวๆ 825 บาท ส่วนทางด้านของแชมป์เก่าในฤดูกาลที่แล้วอย่างฝ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เรียกได้ว่าเป็นเหล่าที่จำหน่ายตั๋วรายปีถูกที่สุด ราคาอยู่ที่ 229 ปอนด์ เหรอคิดเป็นเงินไทยประมาณการ 12,595 บาท

อันดับรายการ 5 หมู่แรกของศึกพรีเมียร์ลีก ที่มีค่าตั๋วแพงที่สุด

  1. อาร์เซน่อล อยู่ที่ใบละ 97 ปอนด์ ไม่ใช่หรือคิดเป็นเงินไทยเกือบๆ 5,335 บาท
  2. เชลซี อยู่ที่ใบละ 87 ปอนด์ หรือไม่คิดเป็นเงินไทยเกือบๆ 4,785 บาท
  3. ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อยู่ที่ใบละ 81 ปอนด์ ไม่ใช่หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 4,455 บาท
  4. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด อยู่ที่ใบละ 75 ปอนด์ เหรอคิดเป็นเงินไทยหมาย 4,125 บาท
  5. ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส อยู่ที่ใบละ 70 ปอนด์ เหรอคิดเป็นเงินไทยประมาณ 3,850 บาท

เห็นมูลค่าตั๋วแบบนี้แล้วแฟนบอลชาวไทยอย่างเราๆ คงจักคิดว่า ไปดูที่ลานเบียร์ดีกว่ามั้ง ประหยัดตังไปได้หลายบาทเลยทีเดียว แต่ถ้าต่างว่าใครที่ใคร่ได้ได้รับความมันส์แบบติดขอบสนามก็คงต้องขอเสนอว่า โชคดีเดินทางปลอดภัย ซื้อของมาฝากด้วยนะครับ ฮ่าๆๆ ด้วยว่าวันนี้ก็ต้องขอลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ
ติดตามข่าวฟุตบอล วิเคราะห์ผลบอล ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ตารางบอล พรีเมียร์ลีก ผลบอล เพิ่มเติมได้ที่นี่

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: มามุ่งดูที่สุดของศึกพรีเมียร์ลีก 7 นัดแต่ก่อนกันดีกว่า

วิเคราะห์บอลพรุ่งนี้ ที่สุดของที่สุดในช่วงโหมโรงออกสตาร์ต




ในเกมส์ฟุตบอลสุดสัปดาห์นี้บรรยากาศของพรีเมียร์ลีกจักกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ หลังจากที่ได้พักยาวมาถึงสองอาทิตย์เพื่อหลีกทางให้โปรแกรมบอลคณะชาติ เพราะแต่ละกรุ๊ปจะต้องลงมาห้ำหั่นกันอีกครั้ง เพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ ตราบใดลอดพ้นอีก 31 นัดต่อจากนี้

พร้อมด้วยสำหรับการขับเคี่ยวกันในช่วงออกสตาร์ตของฤดูกาลกาลนี้ก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว 7 นัดแรก ซึ่งก็พอจักทำให้มองเห็นภาพได้คร่าวๆ ว่าหน้าตาของฤดูกาลนี้น่าจักออกมาเป็นยังไงบ้าง พร้อมด้วยหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนได้หยิบประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเป็นที่สุดๆ จากช่วงเปิดฝาต้นฤดูกาลนี้มาให้ดูกันว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง





1.นักเตะที่เด่นที่สุด: ดิเอโก้ คอสต้า


เพราะว่าการเสริมทัพของเชลซีในซัมเมอร์นี้ดูจักลงล็อกไปหมด ทั้ง 1.ติโบต์ กูร์กตัวส์, 2.เชส ฟาเบรกาส ด้วยกัน 3.ดิเอโก้ คอสต้า ที่ต่างก็เคลื่อนมาและโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ด้วยกันเป็นกำลังสำคัญในการพาสิงโตสีครามทะยานขึ้นจ่าฝูงแบบนำโด่ง

ซึ่งตัวของคอสต้าคือคนที่เข้ามาอุดช่องโหว่ ไม่ก็เข้ามาแก้ปัญหาที่เคยเจอจากฤดูกาลก่อน ให้กับกรุ๊ปของ โจเซ่ มูรินโญ่ ได้อย่างแท้จริง ด้วยการทำประตูได้อย่างต่อเนื่องพร้อมกับเป็นกอบเป็นกำถึง 9 ลูก เข้าไปแล้วเฉพาะในลีก ด้วยกันผลงานของเขาก็โดดเด่นเกินหน้าเกินตาดาวเตะทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่คนไหนๆ จนถึงทุกวันนี้





2.เป็นเกมที่หักมุมที่สุด :  เหล่าเลสเตอร์ 5-3 ฝ่ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


ซึ่งหลังจากชนะนัดแรกในฤดูกาลได้ในเกมที่ 4 ด้วยการเปิดบ้านไล่ทุบ พวกควีนส์ปาร์ค 4-0 กลุ่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ทำท่าเหมือนจักเรียกความมั่นใจกลับมาได้

ด้วยกันเท่าที่ยกพลไปเยือนอีกหนึ่งน้องใหม่อย่าง ฝ่ายเลสเตอร์ในเกมถัดไป คณะปิศาจแดงที่คับคั่งด้วยซูเปอร์สตาร์ทั้งเก่าพร้อมทั้งใหม่ ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างจี๊ดจ๊าด พร้อมกับขึ้นนำผลบอล 2-0 อย่างรวดเร็ว ก่อนขยับหนีไปเป็น 3-1 อีกก่อนที่ทุกอย่างจักพลิกผัน ตราบใดเสียจุดโทษแบบโชคร้ายโดนไล่มา กับโดนตีเสมออีกอย่างรวดเร็ว

เพราะหลังจากนั้นทุกอย่างก็ปั่นป่วนไปหมดเนื่องด้วยผีแดง ก่อนจักโดนแซงขึ้นนำ 4-3 ด้วยกันเหระบือผู้เล่น 10 คน ในช่วงท้ายเกมจนโดนประตูที่ 5 ปิดท้าย นับเป็นครั้งแรกในรอบ 853 นัดที่ หมู่แมนฯ ยูไนเต็ดลงเตะพรีเมียร์ลีกมา ที่ ปลดเปลื้องให้การขึ้นนำ 2 ประตู กลับมาเป็นความพ่ายปราชัยได้





3.เป็นหมู่ที่สร้างเซอร์ไพรส์ที่สุด: ฝ่ายเซาธ์แฮมป์ตัน


ฝ่ายเซาธ์แฮมป์ตันได้เสียดาวดังของทีมไปเป็นกระบิในช่วงซัมเมอร์ ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้จัดการกรุ๊ป ด้วยกันทำท่าว่าจักได้รับผลกระทบเต็มๆ

โดยภายหลังที่ โรนัลด์ คูมัน ได้นำหมู่ออกสตาร์ตนัดแรกด้วยความพ่ายพ่ายแพ้ พร้อมด้วยในนัดต่อมาก็ทำได้แค่เสมอ

แต่เมื่อได้นักเตะใหม่อย่างกราเซียโน่ เปลเล่ เริ่มที่จะติดเครื่องได้ในการเข้ามาแทนที่ ริคกี้ แลมเบิร์ต ขณะที่ ดูซาน ทาดิช ก็ได้เข้ามารับหน้าที่สร้างสรรค์เกมแทน อดัม ลัลลาน่า ที่จากไป กรุ๊ปนักบุญก็ขึ้นต้นต้นโชว์ฟอร์มได้อย่างไหลลื่นเหมือนเดิม หรือว่าอาจจะมากกว่าเดิม จนทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 3 ของตารางแล้ว หลังชนะติดต่อกันถึง 4 นัด ก่อนจักเพิ่งพ่ายแพ้อีกครั้งในเกมล่าสุด





4.เป็นพวกที่เดี้ยงเยอะแยะที่สุด: ทีมอาร์เซนอล


ซึ่งทางด้านของ แชด ฟอร์ไซธ์ สตาฟฟ์โค้ชด้านฟิตเนสของเยอรมัน อำลาฝ่ายแชมป์โลกมาร่วมงานกับฝ่ายอาร์เซนอลในซัมเมอร์นี้

พร้อมด้วยกลับกลายเป็นว่าทีมปืนใหญ่ยังถูกรุมเร้าด้วยปัญสมมติว่าารบาดเจ็บของนักเตะเพียบเหมือนเดิม เหรออาจจะเยอะกว่าเดิมด้วยซ้ำ

ซึ่งครั้งดาวดังหลายคนเดี้ยงกันตั้งแต่ต้นซีซั่น จนต้องพักยาวบ้างสั้นบ้างมาเกือบครบตัวหลักๆ แล้ว พร้อมกับอาจจักมีส่วนทำให้ผลงานของพวกไม่เปรี้ยงอย่างที่คาดหวังไว้ พร้อมกับยังอยู่แทบอันดับ 8 ของตารางเท่านั้น จากการชนะแค่ 2 จาก 7 นัดแรก





5.เป็นซีนที่ดราม่าที่สุด: ทันทีที่แฟรงค์ แลมพาร์ด ยิงประตูฝ่ายเชลซี


กรุ๊ปเชลซีชนะถึง 6 จาก 7 นัดแรกในฤดูกาลนี้ เพราะว่าเกมเดียวที่เสมอคือนัดที่ไปเยือน เหล่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้

นัดนี้หมู่สิงห์ครามเกือบจักเอาชนะ ฝ่ายแชมป์เก่าได้อยู่แล้ว แต่ก็ถูกไม่รับโอกาสนั้นโดย แฟรงค์ แลมพาร์ด นักเตะที่เคยสร้างสถิติไว้กับฝ่ายมากมาย ก่อนจักถูก ปลงตัวออกไปในซัมเมอร์นี้

เพราะมิดฟิลด์วัย 36 ปี ได้ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองให้ ทีมเรือใบสีฟ้า ซึ่งยืมตัวเขามาจาก ฝ่ายนิวยอร์ก ซิตี้ ต้นสังกัดใหม่ในเมเจอร์ลีก พร้อมกับได้ยิงประตูตีเสมอหมู่เก่าของตัวเองได้ก่อนหมดเวลา 5 นาที พร้อมกับเป็นไปตามธรรมเนียที่เจ้าตัวจะไม่แสดงความดีใจออกมา

โดยท่านสมรรถติดตามชม ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ไฮไลท์ฟุตบอล เพิ่มเติมได้เลย


ที่มา: http://footballclubpza.blogspot.com/

วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วิเคราะห์บอล: วิพากษ์การวิเคราะห์ผลบอลแบบของ รอย คีน

วิพากษ์วิจารณ์สไตล์ รอย คีน





เพื่อหน้าข่าวกีฬาของหนังสือพิมพ์อังกฤษ ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ลอดมา ก็คงไม่มีประเด็นไหนชิงพื้นที่สื่อได้มากเท่ากับเนื้อหาในหนังสืออัตชีวประวัติบุคคลเล่มที่สองในชีวิตของ รอย คีน อดีตกัปตันพวกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ถูกนำออกมาตีแผ่แพร่ให้ได้ชิมลางกันเป็นน้ำจิ้ม ก่อนที่หนังสือที่ชื่อว่า The Second Half ของเขาจะวางขายอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีนี้

ตัวของรอยคีน 43 ปี เพราะว่าที่ในปัจจุบันนั้นมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยโค้ชของพวกชาติไอร์แลนด์และ หมู่แอสตัน วิลล่า ขึ้นชื่อในเรื่องของความเป็น คนโผงผาง พร้อมด้วย อารมณ์ร้อน มาแต่ไหนแต่ไร จนทำให้เขาต้องแยกทางกับปิศาจแดงแบบจบไม่สวยในปี 2005 หลังจากที่ได้เขยื้อนมาร่วมทีมตั้งแต่ปี 1993 พร้อมกับเป็นกำลังสำคัญของคณะมาตลอด รวมถึงได้สวมปลอกแขนกัปตันหมู่ต่อจาก เอริก คันโตน่า ด้วย

ด้วยเนื้อหาเด็ด ๆ ในหนังสือฉบับนี้ของคีนคงหนีไม่พ้นการแฉวิเคราะห์บอลพร้อมด้วยดับเครื่องชนทั้งอดีตกุนซืออย่าง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ อดีตเพื่อนรวมกรุ๊ป กับนี่คือส่วนหนึ่งของเนื้อหาแสบๆ คันๆ ที่มาจากมุมมองพร้อมกับความเห็นของคีโน่


รอย กล่าวถึง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน




ถ้าสมมติว่าเขาทำดีด้วย ผมจักคิดทันทีว่า นี่ต้องเป็นเรื่องของผลประโยชน์แน่ ซึ่งเขากระหายความสำเร็จพร้อมด้วยไม่ยอมอ่อนข้อให้ใคร การไม่อ่อนโยนกับใครคือจุดเด่นของเขา ทีมแมนฯ ยูไนเต็ดเป็นสโมสรที่ใหญ่กว่าทีมน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์มาก แต่ความเย็นชาของเขาก็ทำให้เขาประสบความสำเร็จ ในฐานะผู้จัดการทีมแล้ว ผมตะกลามเอาความอ่อนโยนของไบรอัน คลัฟกับความเฉียบขาดของเฟอร์กูสันมาผสมกัน แต่แน่นอนว่าต้องใส่ตัวตนของผมลงไปด้วยนะ



รอย กล่าวถึง พวกคลาสออฟ 92



เนื่องด้วยกลุ่มฟุตบอลชุดคลาสออฟ 92 นั้นเป็นนักเตะที่ดี แต่บทบาทของพวกเขาที่มีต่อสโมสรถูกยกยอจนเกินแน่นอนไปหน่อย เพราะคลาสออฟ 92 ดูเหมือนจะมีชื่อเสียงเฉพาะตัว กลายเป็นเหมือนยี่ห้อสินค้า เหมือนกับเป็นอีกหมู่หนึ่งในพวกของเรา พร้อมกับพวกเขาก็เหมือนจะชอบซะด้วย แต่เราทั้งหมดต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน เราทั้งหมดต่างก็มีความกระหายเหมือนกัน





รอย กล่าวถึง พอล สโคลส์




ด้านของสโคลซี่เป็นสุดยอดนักเตะนักๆ แต่ผมไม่ค่อยปลื้มกับภาพลักษณ์ความเป็นคนที่แสนจักติดดินของเขาเท่าไหร่นัก เขามีด้านอื่นๆ อีกเพียบ แต่ทุกคนดูเหมือนจะคิดว่าเขายังอยู่แฟลตของรัฐบาลอยู่เลยมั้ง


รอย กล่าวถึง ปีเตอร์ ชไมเคิล




ตัวผมเองเคยมีเรื่องกับ ปีเตอร์ ตอนที่ได้ออกทัวร์ปรีซีซั่นเท่าที่ปี 1998 คิดว่าน่าจะเป็นที่ประเทศฮ่องกงนะ ความเมาก็มีส่วนแหละ เขาระบุว่า ฉันเริ่มทำเบื่อนายเต็มทีแล้ว เราต้องมาเคลียร์กันซักหน่อย

ผมก็เลยบอกกล่าวว่า ได้เลย แล้วเราก็ซัดกันนัว ผมตื่นมาวันรุ่งขึ้นแล้วจำอะไรไม่ค่อยได้มากนัก รู้แต่ว่ามือผมช้ำแล้วนิ้วก็ซ้น

ตอนนั้นเจ้านายด่าเราเละ ตอนที่อยู่บนรถบัส แล้วก็มีคนพูดเรื่องที่ผมกับปีเตอร์ทะเลาะกันที่โรงแรมให้ฟัง ตอนนั้นนิคกี้ บัตต์บ่งบอกผมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ปีเตอร์คว้าคอผมแล้วผมก็เฮดบัตต์เขา หลังจากนั้นเราก็ชุลมุนกันอยู่นาน



รอย กล่าวเรื่องการไม่ตรวจ ยาโด๊ปของ ริโอ เฟอร์ดินานด์




ซึ่งเขาเองนั้นก็ได้รับผลเสียจากเรื่องนี้พร้อมทั้งฝ่ายก็เช่นกัน ถ้าผมเป็นเขา พร้อมทั้งหมอสาธยายว่าผมต้องไปตรวจโด๊ป ผมก็คงจักไปตรวจ มันไม่ใช่เรื่องอะไรที่เราจะลืมกันได้ง่ายๆ

พร้อมทั้งมันไม่ใช่การไปรับจดหมายที่ไปรษณีย์ หรือไม่ลืมเอารองเท้ามา

ซึ่งในตอนที่หมอบ่งบอกว่าคุณต้องไปตรวจโด๊ปนะ มันไม่ใช่เรื่องที่ทำกันอยู่ทุกวัน แต่ก็ยังมีบางคนขี้ลืมได้อย่างเหเลื่องเชื่อ

ตัวผมไม่ได้มองว่าริโอมีเหตุผลอะไรซ่อนเร้นนะ ผมคิดว่าเขาลืมแน่นอนๆ และเราก็ต้องชดใช้ เขาเป็นนักเตะที่เก่งมากคนหนึ่งด้วยกันเราก็ขาดเขาไป เพราะว่าเฉพาะในครึ่งหลังของฤดูกาลตอนที่การขับเคี่ยวเป็นไปอย่างเข้มข้น



รอย กล่าวถึง คริสติอาโน่ โรนัลโด้




ในนัดที่เราไปเตะกับสปอร์ติ้ง ลิสบอนเพื่อฉลองเปิดสนามศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกใหม่ของพวกเขา ผมได้เห็นว่าโรนัลโด้เล่นได้แจ๋วแค่ไหนในวันนั้น เขาต้องดวลกับจอห์น โอเชีย พร้อมทั้งทำเอาเชียซี่แทบต้องขอยาแก้ปวดหัวกินในช่วงพักครึ่ง ก็เพราะว่าตาลายกับลีลาการสับขาหลอกของเขา

หลังจากที่สโมสรบรรลุข้อตกลงซื้อขายเขาเลยหลังเกมนั้น เรายังอำกันอยู่เรื่อยๆ ว่าครันๆ แล้วเชียซี่คือคนที่ทำให้ดีลนี้เกิดขึ้น ด้วยการเล่นได้ห่วยแตกมากในเกมนั้น

ส่วนตัวผมชอบโรนัลโด้ตั้งแต่แรกเลย เขามีความมุ่งมั่นพร้อมทั้งทัศนคติที่ดี พอได้เห็นเขาซ้อมแค่ไม่กี่วัน ผมคิดเลยว่าเด็กคนนี้ต้องเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของโลกในอนาคตแน่

กับเขาเพิ่งจะอายุแค่ 17 ปีแต่กลายเป็นนักเตะที่ขยันซ้อมที่สุดคนหนึ่งในฝ่ายทันที เขารูปหล่อด้วยกันเขาก็รู้ตัวด้วย พอมองดูนักเตะคนอื่นๆ ในกระจก ผมคิดว่าพวกแกนี่หุ่นไม่ได้เรื่องเลย แต่โรนัลโด้ดูใสซื่อด้วยกันดูดีจริงๆ




รอย กล่าวเรื่อง การขัดแย้งกับตัว คาร์ลอส คีรอซ





ซึ่งผมได้บอกให้ทราบเขาว่า อย่าสะเออะ มาพูดกับผมเรื่องความจงรักภักดีนะคาร์ลอส พอไม่กี่ปีก่อนคุณเพิ่งทิ้งพวกนี้เพื่อไปกำกับเรอัล มาดริดภายหลังอยู่ได้แค่ 12 เดือน อย่าบังอาจมาสงสัยเรื่องความจงรักภักดีของผม ผมเคยมีโอกาสจะได้เปลี่ยนที่ไปยูเวนตุสกับบาเยิร์น มิวนิคมาแล้ว




รอย กล่าวถึง จุดแตกหักกับ ฝ่ายแมนฯ ยูไนเต็ด





ตัวผมนั้นเพิ่งรู้มาไม่กี่วันก่อนว่าสโมสรพยายามจะเขี่ยผมทิ้ง ผมเอื้อนกับเฟอร์กูสันว่า ผมจะขอไปเล่นให้เหล่าอื่นได้มั้ย? ซึ่งเขาก็เตือนว่า ได้เลย เพราะเราจะฉีกอนุสัญญานายทิ้งอยู่แล้ว ผมเลยคิดว่า ได้เลย ผมจักจัดการเรื่องนี้เอง

ในตอนนั้น ผมรู้ว่าหลายเหล่านั้นจะติดต่อมาแน่ถ้าข่าวนี้ออกไป ผมเลยเอื้อนไปว่า งั้นผมคิดว่าเราคงต้องจบกันแค่นี้แล้วล่ะ ตอนนั้นผมแค่คิดว่าไอ้พวกงี่เง่าเอ๊ย แล้วผมก็ยืนขึ้นกับพูดว่า โอเค งั้นผมไม่อยู่ต่อ




ทำได้ติดตามชม ไฮไลท์ฟุตบอล ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกล่าสุด ผลบอล ได้ที่ http://footballclubpza.blogspot.com/


วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ข่าวคราวผลบอลครั้นเมื่อโด้เปิดปาก ยังมีความสำราญดีกับเหล่าชุดขาว

แฟนผีมีเงิบ! หลังโด้เปิดปากยังสุขีกับฝ่ายชุดขาว



เพราะแฟน ผี คงจักวิมานพังกลางอากาศ ! ภายหลังที่โรนัลโด้ ยืนยันยังคงมีความสุขดีกับทีม ชุดขาว ยอมรับรู้สึกดีที่แฟนๆ ยังนึกถึง ถึงขั้นจ้างเครื่องบินแขวนป้ายเรียกกลับ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

หลังจากที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตำแหน่งปีกระดับพระกาฬของทีม เรอัล มาดริด ฝ่ายยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน ยืนยันยังคงมีความสุขดีในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ด้วยกันยังไม่คิดขนย้ายเหล่าไปไหน ภายหลังที่ตกเป็นข่าวลือเลื่องว่าจะเคลื่อนกลับอดีตต้นสังกัดคณะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แห่งศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ อยู่ตลอดในช่วงหลัง ถึงขั้นที่แฟนบอลพวก ปีศาจแดง ลงทุนจ้างเครื่องบินติดป้ายมีข้อความว่า กลับบ้านเถอะ โรนัลโด้ บินเหนือเกมที่พวก ราชันชุดขาว บุกไปเยือนกลุ่ม บียาร์เรอัล ในเกมลีกจนกระทั่งสุดสัปดาห์ที่ข้ามมา




ซึ่งทางดาวเตะกัปตันกลุ่มชาติโปรตุเกส ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับ มาร์ก้า ที่เป็นสื่อดังในแดนกระทิงดุต่อการที่แฟนฟุตบอล กรุ๊ปปีศาจแดง เรียกร้องให้กลับไปกอบกู้ฝ่ายที่ผลงานตกต่ำทั้งนี้เพราะอดีตกุนซือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือไปว่า ผมเคยบรรยายอยู่เสมอว่าผมมีครอบครัวอยู่ที่ แมนเชสเตอร์ แต่โอกาสนี้ผมมีความสุขดีพร้อมด้วยผมยังคงต้องการอยู่ที่นี่ ผมประทับใจที่แฟนบอลยังคงนึกถึงผมอยู่เสมอ แต่ผมยังมีความสุขดีที่นี่



พร้อมด้วยด้วย โรนัลโด้ นั้นได้กลายเป็นตำนานดังของหมู่ ราชันชุดขาว เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ว่าจะเพิ่งอพยพจากกลุ่ม ปีศาจแดง มาร่วมกรุ๊ปตราบใดปี 2009 เท่านั้น ด้วยการขึ้นทำเนียบดาวยิงของสโมสร

เพราะว่ายิงไปทั้งสิ้น 266 ประตูจากการลงสนาม 256 นัด ซึ่งเฉลี่ยได้เกมละ 1.04 ประตู เลยทีเดียว

ด้วยกันสถิติดังกล่าวตามหลังดาวซัลโวสูงสุดของพวกอย่าง ราอูล กอนซาเลซ อยู่ 57 ประตูด้วยกัน





ขอบคุณข้อมูลจาก Sanook.com

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วิเคราะห์ผลบอลศึกฟุตบอลเอเชียนเกมส์ 2014 รอบแย่งเหรียญทองแดง ไทย เจอะเจอ อิรัก

รายงานสด! ศึกฟุตบอลเอเชียนเกมส์ 2014 

รอบชิงเหรียญทองแดง “  ไทย พบ อิรัก ”



วิเคราะห์ผลบอลรายงานสดฟุตบอลชายเอเชียนเกมส์ 2014 รอบชิงเหรียญทองแดง ระหว่าง กรุ๊ปชาติไทย พบ ทีมชาติอิรัก แข่งที่สนามอินชอน สเตเดี้ยม ประเทศเกาหลีใต้



โดยภายหลังที่เริ่มทำมาได้ 3 นาที เป็นพวกอิรักที่ได้ทักทายคณะไทยก่อน จากจังหวะที่กองหลังไทยผิดพลาดให้บอลพ้นมาถึง ยูนิส มาห์มูด กองหน้าตัวเก๋าของทีมได้วางเท้ายิงโล่งๆในกรอบเขตโทษ โชคยังดีที่บอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าหวาดเสียว



พร้อมกับในนาทีต่อมาหมู่ไทยบุกกลับ ซึ่งเป็น อดิศักดิ์ ไกรษร กองหน้าตัวเก่งได้ยิงในกรอบ 6 หลาจากลูกชุลมุน แต่ไม่เต็มเท้าเท่าไร ผู้รักษาประตูอิรักเลยคว้าไว้ได้

โดยที่ช่วงเวลาที่เหละบือ ทั้งสองกลุ่มเปิดเกมบุกใส่กันอย่างสนุก ถึงแม้ว่าทีมอิรักจักดูวูบวาบกว่า แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไม่เฉียบคมพอที่จะเป็นประตู จบครึ่งแรก ผลบอลเสมอกันอยู่ 0-0

ในนาทีที่ 57 มาห์มูด ได้ลองยิงไกลนอกกรอบเขตโทษ บอลข้ามคานไปไม่ไกล



ด้วยกันแล้วคณะอิรักมาได้ประตูขึ้นนำจนได้ จากจังหวะลูกเตะมุมนาทีที่ 62 เป็น มาห์มูด คนเดิมที่โหม่งเสียบเสาสองเข้าไป

ในนาทีที่ 79 ชารีล ชัปปุยส์ กองกลางตัวเก่งของไทยได้โอกาสยิงไกล 25 หลา บอลพุ่งได้ลุ้นแต่ยังไม่ดีพอที่จะลอดมือผู้รักษาประตูอิรัก

ซึ่งกรุ๊ปไทยน่าได้ประตูตีเสมออีกครั้ง จาก อดิศักดิ์ ได้ตั้งป้อมยิงโล่ง ๆ ตรงเส้นกรอบเขตโทษ แต่กดไม่ลง บอลข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

โดยในช่วงเวลาที่เหเลื่อง กรุ๊ปชาติไทยเปิดเกมบุกอย่างหนักหวังตีเสมอให้ได้ อิรักทำได้แค่ตั้งรับและรอสวนกลับเท่านั้น แต่ก็ยังไม่มีสกอร์เกิดขึ้น

ทำให้จบเกม กลุ่มอิรัก ชนะ ทีมไทย ไป 1 - 0 คว้าเหรียญทองแดงไปครอง ส่วนพวกชาติไทยได้อันดับ 4



มาดูรายนาม 11 ผู้เล่นตัวแน่นอนฟุตบอลทีมชาติไทย :

  1. กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์. ตำแหน่ง ผู้รักษาประตู และ กัปตันฝ่าย
  2. พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา
  3. ธนบูรณ์ เกษารัตน์
  4. ชิติพัทธ์ แทนกลาง
  5. นฤบดินทร์ วีระวัฒโนดม
  6. ปกเกล้า อนันต์
  7. ชารีล ชัปปุยส์
  8. เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์
  9. นูรูล ศรียานเก็ม
  10. ชนาธิป สรงกระสินธ์
  11. อดิศักดิ์ ไกรษร

ขอบคุณข้อมูลจาก >>> http://footballclubpza.blogspot.com/2014/10/2014_2.html

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

UFA วิเคราะห์บอลศึก ฟุตบอลยูฟ่า แชเปี้ยนลีก เหล่าบาเยิร์น มิวนิค VS หมู่แมนฯ ซิตี้


  • แข่งฟุตบอลกลุ่มอี
  • 1.บาเยิร์น มิวนิค VS 2.แมนเชสเตอร์ ซิตี้
  • แข่งวัน: พุธที่ 17 กันยายน 2557
  •  เวลาแข่ง: 01.45 นาฬิกา
  • สนามแข่ง : อัลลิอานซ์ อารีน่า
  • กรรมการผู้ตัดสิน: อัลเบร์โต้ มาเญนโก้ ประเทศสเปน
  • สภาพอากาศ : 15-18 °C, มีเมฆบางส่วน
  • ช่องถ่ายทอดสด :  TrueSport 1

ด้วยว่าโปรแกรมบอลผลการพบกัน 2 นัดหลังสุด ท้าย

  1. วันที่ 10-12-2013 UFA ฝ่ายบาเยิร์น 2 – 3   ทีมแมนฯ ซิตี้
  2. วันที่  2-10-2013  UFA กลุ่มแมนฯ ซิตี้ 1 – 3 พวกบาเยิร์น

ตารางบอลผลงาน 5 นัดหลังสุด
คณะบาเยิร์น

  1. วันที่ 13-9-2014 ผล ชนะ กรุ๊ปสตุ๊ตการ์ท ผลบอล 2-0 (เป็นหมู่เหย้า)
  2. วันที่ 30-8-2014 ผล เสมอ เหล่าชาลเก้ ผลบอล 1-1 (เป็นกลุ่มเยือน)
  3. วันที่ 22-8-2014 ผล ชนะ เหล่าโวล์ฟสบวร์ก  ผลบอล 2-1 (เป็นเหล่าเหย้า)
  4. วันที่ 17-8-2014 ผล ชนะ พวกพรอยส์เซ่น ผลบอล 4-1 (เป็นเหล่าเยือน)
  5. วันที่ 13-8-2014 ผล พ่ายแพ้ เหล่าดอร์ทมุนด์ ผล บอล 0-2 (เป็นเหล่าเยือน)

พวกแมนฯ ซิตี้

  1. วันที่ 13-9-2014 ผล เสมอ หมู่อาร์เซนอล ผลบอล 2-2 (เป็นกรุ๊ปเยือน)
  2. วันที่ 30-8-2014 ผล พ่ายแพ้ เหล่าสโต๊ค  ผลบอล 0-1 (เป็นทีมเหย้า)
  3. วันที่ 25-8-2014 ผล ชนะ คณะลิเวอร์พูล  ผล บอล 3-1 (เป็นทีมเหย้า)
  4. วันที่ 17-8-2014 ผล ชนะ คณะนิวคาสเซิล  ผลบอล 2-0 (เป็นกรุ๊ปเยือน)
  5. วันที่ 10-8-2014 ผล จำนน ฝ่ายอา ร์เซนอล ผลบอล 0-3 (เป็นกรุ๊ปกลาง)

วิเคราะห์บอลความพร้อม ด้วยกัน สภาพ ของพวก
ฝ่ายบาเยิร์น

  • ทางด้านอาร์เยน ร็อบเบนส่อฟิตไม่ทัน
  • ในนัดนี้ ฟร็องค์ ริเบรี่ได้คัมแบ็กกลับมาลากเลื้อยได้แล้ว
  • ทางด้านดาวิด อลาบาคงจะถูกขยับมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางคู่ชาบี้ อลอนโซ่
  • เพราะ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์
  • ฆาบี้ มาร์ติเนซ
  • ติอาโก้ อัลคันทา นั้นก็ยังเจ็บอยู่
  • แนวรับนั้นเสีย โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์ ไปในนัดที่แล้ว
  • กับทางด้านราฟินญ่ายังไม่ฟิต

คณะแมนฯ ซิตี้

  • ทางด้านปาโบล ซาบาเลต้ามีโทษแบนติดตัวมา
  • พร้อมทั้งบาการี ซานญ่าน่าจักได้ยืนแบ็กขวาแทน
  • ส่วนในแดนกลาง แฟร์นานโด ส่อฟิตไม่ทัน
  • แต่ว่า ยายา ตูเร่ ที่ถูกพักไว้ในเกมลีก พร้อมกลับมาเป็นตัวหลักได้
  • ทางด้าน เอดิน เชโก้ นั้นมีลุ้นยืนในแนวรุกแทน เซร์จิโอ อกูเอโร่
  • ในส่วนของ สเตวาน โยเวทิช นั้นยังเจ็บ

ทะเบียนนักเตะโดนแบน: ปาโบล ซาบาเลต้า

วิเคราะห์ฟุตบอลรูปเกม
เมื่อสองฝ่ายยักษ์ใหญ่โคจรมาพบกันตั้งแต่นัดแรก พร้อมกับคงไม่มีใครใคร่ได้พลาดท่าก่อนแน่ กรุ๊ปบาเยิร์นที่ฟอร์มยังไม่แรงในการออกสตาร์ทซีซั่นนี้และมีปัญหานักเตะเจ็บมาก คงต้องเน้นเต็มที่เพื่อสยบ ฝ่ายแมนฯ ซิตี้ที่ผลงานยังไม่นิ่งลงให้ได้ แต่เรือใบก็น่าจักมีทีเด็ดพอที่จักบุกมาลุ้นแย่งแต้มออกจากถ้ำเสือใต้ได้

ระเบียนผู้เล่น 11 คน แรกที่คาดว่าจักได้ลง

ฝ่ายบาเยิร์น 4-3-3 : 

  • 1.มานูเอล นอยเออร์
  • 21.ฟิลิปป์ ลาห์ม
  • 17.เจอโรม บัวเต็ง
  • 4.ดันเต้
  • 18.ฆวน เบรนาท
  • 3.ชาบี้ อลอนโซ่
  • 27.ดาวิด อลาบา
  • 25.โธมัส มุลเลอร์
  • 19.มาริโอ เกิทเซ่
  • 7.ฟร็องค์ ริเบรี่
  • 9.โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ชื่อผู้จัดการกรุ๊ป : เป๊ป กวาร์ดิโอ ลา


หมู่แมนฯ ซิตี้ 4-2-3-1 : 

  • 1.โจ ฮาร์ท
  • 3.บาการี ซานญ่า
  • 4.แว็งซองต์ กอมปานี
  • 26.มาร์ติน เดมิเคลิส
  • 11.อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ
  • 25.แฟร์นานดินโญ่
  • 42.ยายา ตูเร
  • 8.ซาเมียร์ นาสรี่
  • 21.ดาวิด ซิลา
  • 7.เจมส์ มิลเนอร์
  • 10.เอดิน เชโก้

ชื่อผู้จัดการฝ่าย : มานูเอล เป เญกรินี่


ฮอตสกอร์ที่คาดว่าจะเกิด : ผลเสมอ 1-1
เกร็ดที่น่า รู้

  1. โดยนัดนี้ทั้งสองกลุ่มพบกันในรอบแบ่งกลุ่มแชมเ ปี้ยนส์ลีกเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 ชันษา โดยมีสถิติชนะ 2 ปราชัย 2 เท่ากันใน 2 ครั้งก่อน
  2. เหล่าบาเยิร์นพ่ายแพ้แค่ 3 จาก 20 นัดที่พบ กับเหล่าจากอังกฤษในบ้าน ชนะ 11 เสมอ 6 พ่าย 3

วันพุธที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2557

วิเคราะห์ผลบอลของใช้ฝ่ายแมนยูรวมทั้งช่วงเวลา ไทม์ไลน์ ข้าวของหลุยส์ ฟาน กัลพร้อมกับข่าวการจับจ่ายใช้สอยตัวของคณะลิเวอร์พูล



นี่เป็นช่วงเวลา ไทม์ไลน์ ของหลุยส์ ฟาน กัล


สำหรับฟุตบอลสมัยที่ ไม่ชนะ การจะพูดจาอะไรต้องระมัดคอยดูให้รอบคอบครับ เพราะผลที่ตามมาอาจแว้งเข้าหาตัวเองเอาได้ง่าย ๆ

อย่างอาทิเช่น ทีมแมนฯยูไนเต็ด แพ้ ทีมเอ็มเค ดอนส์ 0 - 4 ตกรอบ 2 ศึกแคปปิตัลวัน คัพ ที่ผ่านมา หลุยส์ ฟาน กัล ได้คอมเมนต์ถึง ปรัชญา หรือ Philosophy ในการทำทีมของเค้าว่าต้องใช้สมัย

ซึ่งอารมณ์ก็คือ ประมาณว่า แฟน ๆ ต้องเชื่อในปรัชญาว่า เรากำลังสร้างทีมที่ไม่สามารถสำเร็จได้ใน 1 เดือน หรือ 1 ปี

นั่นก็เป็นกุนซือวัย 63 ปีต้องการ เวลา เหมือนครั้งหนึ่งที่ เจ้าตัวเคยเปรยว่า เค้ามักต้องมี 3 เดือนในการทำให้เสมอตัวเองกับทีมใหม่ทุกทีมที่ไปคุม


ภาพหลังจากที่โดนทีมจากลีก วัน ถล่ม 4-0 เฉย

ซึ่งหากเป็นดังนั้น ไทม์ไลน์ ของ ฟาน กัล หลังเข้ามารับงานเต็มที่ตัวตอนกลางเดือน กรกฎาคม หลังจบการศึกษาบอลโลก 2014 เห็นจะเป็น 
กลางเดือน ตุลาคม ที่จะถึงนี้จึงค่อย ประเมิน รอบแรกผลงานของตัวเค้าเอง

และก็น่าจะ เหมาะสม นะครับ เพราะถึงตอนนั้น โปรแกรมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกก็น่าจะเดินทางถึงนัดที่ 8 หรือเกือบ ๆ 1 ใน 4 ของฤดูกาลแล้ว

ซึ่งผิมองในแง่ของ ภาพรวม ผมขออนุญาตวาง ไทม์ไลน์ การวิเคราะห์บอล และประเมินผลงานไว้ดังนี้นะครับ

การเตะ 6 นัดน่าจะเพียงพอให้นักเตะทั้งที่ไป/ไม่ไป บอลโลก 2014 รวมถึงการเตรียมทัพของกุนซือแต่ละคนกลับมาเข้าที่เข้าทาง และผู้เล่นคืนสภาพ ความฟิต กลับมาได้ถึง 100%


เป็นภาพหน้าบอกบุญไม่รับและไร้ราศีเมื่อเทียบเคียงกับช่วงปรีซีซั่น

และยังรวมถึง ทีมเวิร์ก และ 11 คนแรกก็น่าจะชัดเจนขึ้น หรือก็คือรอถึงสักสิ้นเดือน กันยายน 2014 นะครับ 27 กันยายน 2014

ซึ่งจากนั้น ในเดือน ตุลาคม น่าจะเป็นเดือนที่ได้ เก็บเกี่ยว ผลงาน และเริ่มวัดกันได้แล้วว่า ใครของจริง/ของปลอม เพราะว่าเวลานั้นเป็นเวลา พอถึงที่เหมาะ แล้วในจังหวะเข้าสู่ช่วง 1 ควอเตอร์ หรือ 1 ใน 4 ของฤดูกาล

ในสุดท้ายเดือน พฤศจิกายน ที่ตามสถิติทุกซีซั่นจะเป็นเดือน แยกทาง ระหว่างผู้จัดการทีม และฝ่ายบริหารมากที่สุด เราก็คงได้เห็นว่า ใครอยู่ หรือไป

ในช่วงเดือน ธันวาคม หรือช่วง คริสต์มาส มักจะมีคำพูดกันว่า ใครเป็นจ่าฝูง หรือรั้งบ๊วย ปฤษฎางค์คริสต์มาส โอกาสจะแชมป์ หรือตกชั้นจะสูงถึง สูงสุด 26 ธันวาคม จะเป็นนัดที่ 19 หรือครึ่งทางพอดี

ซึ่งก่อนที่เดือน มกราคม ศกหน้าจะเรียกได้ว่าเป็นช่วงเข้าสู่ครึ่งซีซั่นหลัง และตลาดนักเตะรอบ 2 จะเปิดให้แก้ตัว/ปรับกำลังพลกันอีก 1 เดือน

และโดยการ ทาบกัน ระหว่าง ไทม์ไลน์ ของผม กับหลุยส์ ฟาน กัล ช่วงเวลาที่น่าสนใจมาก ๆ ด้วยว่าทีมปิศาจแดง ก็คือ
  • เดือน กันยายน ในช่วง 3 แถง ฟาน กัล
  • เดืน ตุลาคม จะต้องมี 11 คนแรกที่ดีที่สุด พร้อมด้วยทีมเห็นหัวเห็นหาง
  • ในช่วง คริสต์มาส 25 ธันวาคม ครึ่งฤดูกาล
  • มกราคม ศกหน้า จะเปิดท้องตลาดนักเตะรอบ 2


หรือไม่ก็ว่าอันที่จริงแล้วงานย่ำแย่เมื่อซีซั่นก่อน ไม่ใช่ความผิดของ เดวิด มอยส์

และที่เพิ่มเติมจากนี้คือ เดวิด มอยส์ โดนปลดจากตำแหน่งหลัง เสียสถิติ โน่น นี่ นั่น มากมายก่ายกองกระทั่งคอนเฟิร์มการชวดไปเตะ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลัง 10 เดือนในหน้าที่

โดยนัดที่ 34 ในเดือน เมษายน 2014 ขณะมีแต้มตามหลังทีมอันดับ 4 ลุ้นไปเตะ UCL 13 แต้มซึ่งไล่ไม่ทันแล้ว

และแน่นอนครับ เมื่อวานผมแตะแล้วว่า ณ 27 สิงหาคม นี้แมนฯยู ฯ เหลือเพียง เอฟเอ คัพ เป็นโทรฟี่ใบเดียวให้ได้ลุ้น

โดยที่สเต๊ปต่อไปคือ ลุ้นไปเตะ UCL ที่ผมจินตนาการไม่ออกจริง ๆ ว่า หากถึงวันที่ทีมปิศาจแดง อาจจะไม่ได้เตะอีก 1 ซีซั่น

และอะไรจะเกิดขึ้นกับ หลุยส์ ฟาน กัล และเจ้าตัวยังจะได้รับ งวด ให้สานฝันปรัชญาการทีมแบบที่ต้องการต่อไปหรือ



ข่าวใช่ไหมจริง เมื่อทีมผีตอบรับข้อเสนอวิลล่า440 ล้านซื้อเคลฟ



สำหรับสาวกทีม ผีแดง จะรู้สึกไง  จนถึงสื่อ ผู้ดีได้ เผยว่า เคลฟเวอร์ลี่ย์ เตรียมตัวย้ายทีม หลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ขานตอบข้อเสนอของ วิลล่า ที่ยื่นข้อแนะนำ 440 ล้านบาท เพื่อดึงนักเตะรายนี้ไปเสริมทัพ

โดยที่ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวว่าได้ตอบรับข้อเสนอจำนาน 8 ล้านปอนด์หรือ 440 ล้านบาท จาก แอสตัน วิลล่า มิตรร่วมลีก ที่ยื่นเข้าขอซื้อตัว ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ มิดฟิลด์เลือด ผู้ดี ไปร่วมทีมก่อนตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ปิดตัวลง เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งจากรายงานของ สกาย สปอร์ต สื่อดังแดน ผู้ดี ระบุว่า มิดฟิลด์วัย 25 ปี ยังโชว์ฟอร์มในสนามได้ไม่ดีนัก ทำให้นักเตะรายนี้เตรียมถูก ทีมปีศาจแดง ในยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือใหญ่ ปล่อยตัวออกจากสโมสร โดยมี ทีมสิงห์ผงาด ให้ความสนใจ และล่าสุดมีการถลกเผยว่าหลังจาก วิลล่า ได้เข้าพบปะกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องค่าตัวได้แล้ว

และทั้งนี้ทาง เคลฟเวอร์ลี่ย์ เป็นนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ชุดเยาวชน ก่อนจะก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2011 ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือ ทีมปีศาจแดง แต่กระนั้นหลังจาก ป๋า วางมือ และใน 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้ไม่น่าตอกใจแฟนบอล ทีมเร้ด เดวิลส์ มากนัก แม้จะได้รับโอกาสลงสนามมากถึง 44 นัด ในเกมลีก ก็ตาม



ข่าวลือว่า ซงจ่อเข้าตรวจร่างกายย้ายซบขุนค้อน 1 ปี


กลายเป็นคดีพลิก หลังขุนค้อน มาแรง จ่อฉุดหัว ซง พ้นม้านั่งสำรอง ทีมบาร์ซ่า ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล สื่อคาดดาวเตะผิวสี เตรียมบินลัดฟ้ามาตรวจร่างกายสุดสัปดาห์นี้

สำหรับอเล็กซ์ ซง มิดฟิลด์ตัวสำรองของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ตกเป็นข่าวเตรียมบินลัดฟ้ามาตรวจร่างกาย ย้ายมาร่วมทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ด สโมสรจากเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยสัญญายืมตัวเป็นเวลา 1 ปีเต็ม หลังจากที่เจ้าตัวแทบไม่ได้รับโอกาสลงเล่นในถิ่นคัมป์ นู

โดยก่อนหน้านี้มีหลายสโมสร ที่มีข่าวพัวพันธ์กับหนหลังดาวเตะของทีมอาร์เซน่อลรายนี้ทั้ง 

  1. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
  2. ลิเวอร์พูล 
  3. ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 

ที่เป็น 3 ทีมดังจากแดนผู้ดี ทว่าล่าสุดกลับมีข่าวอย่างหนาหูกับทัพ ทีมขุนค้อน ถึงขนาดเตรียมบินมาตรวจจับร่างกายในเร็ววันนี้เลยทีเดียว โดย ซง ถูกคาดหมายว่าจะเข้ามาแทนที่ของ โมฮาเหม็ด ดิยาเม่ กองกลางตัวหลักที่มีข่าวว่ากำลังจะย้ายออกไปจากถิ่นอัพตัน พาร์ค

โดยการวิเคราะห์ผลบอลที่ทั้งนี้ จอมทัพชาวแคเมอรูน วัย 26 ปี ย้ายจาก ทีมไอ้ปืนใหญ่ มาร่วมทัพ ทีมเจ้าบุญทุ่ม เมื่อปี 2012 แต่กลับไม่สมรรถสอดคั่นตำแหน่งตัวจริงในทีมได้เลย ทำให้เจ้าตัวต้องการที่จะย้ายออกไปเพื่อได้รับโอกาสลงสัมผัสสนามมากกว่าเดิม โดยจวบจวน 2 ปีกับบาร์เซโลน่า ลงเล่นไปทั้งสิ้น 65 นัด ยิงได้ 1 ประตู ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงเล่นในฐานะตัวสำรอง และในบอลถ้วยซะมากกว่า


เมื่อแอ็กเกอร์ จ่อชิ่ง หงส์ หวนซบตัก บรอนด์บี้


เป็นข่าวแต้มสีกันสะพัด แอ็กเกอร์ ไม่ทน จัดแจงขนข้าวขนของหวนซบตัก บรอนด์บี้ ในถิ่นฐานบ้านช่องแดนโคนม หลังเป็นแค่สำรองกับ หงส์แดง ผูกค่าตัวราว 135 ล้านบาท

เมื่อดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ เซ็นเตอร์แบ็กจอมอาพับของ ลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวว่า จัดเตรียมย้ายกลับไปค้าแข้งกับ บรอนด์บี้ อดีตต้นสังกัดเก่าในลีกบ้านเกิดที่ เดนมาร์ก ก่อนที่ตลาดซื้อ-ขายนักเตะจะปิดฉากลงในอีกไม่กี่วันนี้ ภายหลังบทบาทของเจ้าตัวนั้นเป็นแค่ตัวสำรองของ ทีมหงส์แดง

สำหรับแอ็กเกอร์ แทบไม่ได้โอกาสลงเล่นให้กับทีม ลิเวอร์พูล เลยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลัง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นั้นเลือกตั้งให้ มามาดู ซาโก้ และ มาร์ติน สเคอร์เทล เป็นคู่หูปราการหลังตัวจริง และยิ่ง ทีมหงส์แดง ได้ตัว เดยัน ลอฟเรน มาอีก 1 รายเมื่อไม่นานมานี้ จึงทำให้หนหน้าของ แอ็กเกอร์ ในถิ่น แอนฟิลด์ ริบหรี่ลงทุกที ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่า 
ทีมบาร์เซโลน่า
ทีมแอตเลติโก มาดริด 
ทีมนาโปลี 

ได้ให้ความสนใจดึงตัวไปร่วมทีม

แต่เช่นไรก็ตามล่าสุดมีรายงานว่า แอ็กเกอร์ เตรียมที่จะกลับไปอยู่กับ บรอนด์บี้ ในลีกบ้านเกิดแดนโคนม หลังทั้ง 2 ฝ่ายมีการเจรจาบรรลุสัญญากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดกันว่าค่าตัวนั้นน่าจะอยู่ที่ 3 ล้านปอนด์หรือ 135 ล้านบาท

สำหรับ แอ็กเกอร์ วัย 29 ปีอยู่กับ บรอนด์บี้ มาตั้งแต่เป็นหน้าแข้งในศูนย์ฝึกเยาวชน จากนั้นก็ได้ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2004 ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงปี 2006 โดยลงเลี้ยงดูทัพ ทีมหงส์แดง ไปแล้วทั้งสิ้น 232 เกม ยิงได้ 14 ประตู



ก็ยังเหมือนเดิมเมื่อ ผีฟอร์มยังฝืดบุกเจ๊าทีมเบิร์นลี่ย์ 0-0



  • ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
  • แข่งวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2557 
  • ทีมเบิร์นลี่ย์ 0-0 ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
  • แข่งที่สนาม : เทิร์ฟ มัวร์
  • มีผู้ตัดสิน : คริส ฟอย
  • ชมถ่ายทอดสดทาง http://footballclubpza.blogspot.com/

โดยที่เริ่มเกมครึ่งแรก

ในนาทีที่ 3 ฝั่งเจ้าถิ่น เบิร์นลี่ย์ มีสัมผัสลุ้นก่อน จากพรีคิกนอกกรอบโทษ เดวิด โจนส์ ปั่นด้วยซ้ายข้ามแพง เด เคอา ได้แต่มอง แต่มีโชคบอลไปชนคาน ทำให้ทีม แมนฯยูฯ รอดไม่เสียประตู


นาทีที่ 15 โอกาสครั้งแรกของ ทีมแวะเยี่ยม แมนฯ ยูไนเต็ด จาก อังเคล ดิ มาเรีย วางบอลยาวจากกลางสนาม ให้ ฟาน เพอร์ซี่ พักบอลลงได้ ก่อนอัดด้วยซ้ายมุมแคบ แต่ไปตรงตัว ทอม ฮีตัน

นาทีที่ 27 เบิร์นลี่ย์ ได้ลุ้น เมื่อ ดิ มาเรีย เกี่ยวบอลลงไม่ดี บอลมาเข้าทาง เดวิด โจนส์ บริเวณนอกกรอบวิ่งมาซัดเต็มข้อบอลพุ่งตรงกรอบ ทำให้ เด เคอา ต้องออกแรงทุบทิ้งออกหลังไป

นาทีที่ 37 ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ได้รับใบเหลืองเป็นคนแรกของเกม จากที่ไปดึง แดนนี่ อิงก์ส

เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายเกม ทั้งสองทีมยังไม่สามารถทำอะไรกันได้ จบเกมครึ่งแรก เบิร์นลี่ย์ เสมอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ 0-0

เข้าสู่เกมในครึ่งหลัง


นาทีที่ 52 ทีมเยือน มีโอกาสลุ้นก่อน เมื่อ อันโตนิโอ วาเลนเซีย จ่ายบอลเข้ากลางให้ เวย์น รูนี่ย์ ก่อนดึงจังหวะไหลบอลต่อให้ ดิ มาเรีย ที่วิ่งเติมขึ้นมาซัดทางซ้ายในกรอบเขตโทษ แต่ติดบล็อคแนวรับ เจ้าถิ่น เบิร์นลี่ย์

นาทีที่ 59 แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบได้ประตู จาก เบ็น มี เคลียร์บอลหน้าประตูไม่ขาดบอลมาเข้าทาง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ได้ซัดด้วยซ้ายบอลตรงกรอบ แต่ไปติดแผงหลัง เบิร์นลี่ย์ สกัดออกมาได้ทัน

นาทีที่ 61 ดาเรน เฟล็ทเชอร์ โยนบอลเข้าเขตโทษถึง ฟาน เพอร์ซี่ ขึ้นโขกเช็ด แต่ข้ามคานออกไปอีก

นาทีที่ 70 แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวคนแรกเอา อังเคล ดิ มาเรีย ออก ส่ง อันแดร์สัน ลงเล่นแทน

ในนาทีที่ 72 ทีมเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวคนที่สอง เอา ฟาน เพอร์ซี่ ออก ส่ง แดนนี่ เวลเบ็ค ลงเล่นแทน

นาทีที่  80 แดนนี่ เวลเบ็ค จ่ายบอลคืน ให้ ฆวน มาต้า ซัดไกลนอกกรอบ แต่ฟุตบอลโด่งข้ามคานออกไป

เข้าสู่ช่วงทดเวลา แมนฯยูฯ บุกมากกว่า แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับเจ้าถิ่นได้ ทำให้จบ90นาที เบิร์นลี่ย์ เปิดบ้านยัน เสมอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปได้ 0-0 แบ่งทีมละหนึ่งแต้ม

------------------------------------------------------------------------------------

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง ของทั้งสองทีม

ทีมเบิร์นลี่ย์ : 
  1. ทอม ฮีตัน 
  2. เบ็น มี
  3. เจสัน แช็คเคลล์
  4. ไมเคิ่ล ดัฟฟ์
  5. คีแรน ทริปปิเยร์
  6. ดีน มานี่ย์
  7. แม็ธธิว เทย์เลอร์
  8. สก็อตต์ อาร์ฟิลด์
  9. แดนนี่ อิ้งส์
  10. เดวิด โจนส์ 
  11. ลูคัส จัตคีวิซส์

ราชื่อผู้จัดการทีม : 
  • ฌอน ไดช์

ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : 
  1. ดาบิด เด เคอา 
  2. ฟิล โจนส์
  3. จอนนี่ อีแวนส์
  4. ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์
  5. อันโตนิโอ วาเลนเซีย
  6. แอชลีย์ ยัง
  7. ดาเรน เฟล็ทเชอร์
  8. ฆวน มาต้า
  9. อังเคล ดิ มาเรีย
  10. เวย์น รูนีย์ 
  11. โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

บัญชีชื่อผู้จัดการทีม : หลุยส์ ฟาน กัล



โดยการประมวลภาพฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก เบิร์นลี่ย์ 0-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด